Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 419/2493

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่หญิงมีสามีฟ้องเรียกหนี้และส่วนมรดกของบุตรสาวที่ตายจากบุตรเขยนั้นเกี่ยวกับการเพื่อประโยชน์แก่สินบริคณห์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 จะต้องได้รับอนุญาตจากสามีเมื่อสามีร้องสอดเข้าเป็นโจทก์ร่วมขอรับชำระหนี้และส่วนมรดกด้วยนั้นพอถือว่าเป็นหลักฐานที่สามีอนุญาต ทนายโจทก์ที่ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องนั้น แม้จะยื่นในชื่อของทนายเองก็ใช้ได้ เพราะเป็นการทำแทนตัวโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า จำเลยได้สมรสกับ ต. บุตรสาวโจทก์ ต. มีสินเดิมหลายอย่าง โจทก์ได้ออกเงินทดรองเซ้งห้องให้ ต. และโจทก์ได้ฝากเงินไว้กับจำเลยและ ต. กับผ้า 3 ไม้ ต. ตาย จำเลยไม่ยอมชำระและไม่ยอมแบ่งมรดก ต. มีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยคืนค่าเซ้งห้องและเงินฝากกับแบ่งส่วนมรดก ต. 2317 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยถ้าสินเดิมของ ต. หมดไปแล้วก็ขอให้หักสินสมรสใช้และหักสินเดิมใช้หนี้เงินฝากแก่โจทก์ ผู้ร้องสอดขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมอ้างว่าเป็นสามีโจทก์และบิดา ต. มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากจำเลยและรับมรดก ต. จำเลยต่อสู้หลายประการศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่า ต. มีสินเดิมดังโจทก์ว่า จำเลยมีสินเดิม 1,000 บาท สินสมรสมีบางอย่าง

โจทก์ฝากเงินไว้ 3,927 บาท และเป็นเจ้าหนี้ค่าเซ้งห้อง 4,000 บาท ที่จำเลยว่าโจทก์เอาของในร้านไป ไม่วินิจฉัยเพราะจำเลยไม่ได้ฟ้องแย้ง พิพากษาให้ขายทอดตลาดสินสมรส หักใช้หนี้เงินฝากและค่าเซ้งห้อง ถ้าไม่พอให้จำเลยใช้ ถ้าเหลือให้หักเงินใช้สินเดิมของ ต. และจำเลย เหลืออีกเท่าใดให้แบ่งให้ ต. และจำเลยคนละครึ่งรวมมรดก ต. แบ่งเป็น 4 ส่วน ให้โจทก์ 2 คน ๆ ละส่วน จำเลยได้ 1 ส่วน อีกส่วนหนึ่งเป็นของบุตร ต. ซึ่งตายตกได้แก่จำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า (1) เป็นคดีเกี่ยวกับการเพื่อประโยชน์แก่สินบริคณห์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 โจทก์ผู้เป็นหญิงมีสามีจะฟ้องได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากสามีเพราะไม่เข้าข้อยกเว้น แต่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 ไม่ได้กำหนดวิธีให้อนุญาตหรือแบบแห่งคำอนุญาต จึงเพียงแต่ให้มีหลักฐานเป็นหนังสือในสำนวนความว่า

สามีอนุญาตก็พอ เห็นว่าคำร้องสอดของผู้ร้องที่ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม เป็นหลักฐานเพียงพอแล้ว2. เรื่องสินเดิมศาลล่างฟังมาชอบแล้ว3. คำร้องเพิ่มเติมฟ้องที่ทนายโจทก์ยื่นนั้น แม้จะยื่นในชื่อของทนายแทนที่จะยื่นในชื่อของตัวโจทก์ก็ใช้ได้ เพราะเป็นเรื่องทำแทนตัวโจทก์ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(11) ให้ถือว่า ทนายของคู่ความเป็นคู่ความด้วย4. ค่าเซ้งห้อง โจทก์จ่ายเงินให้แก่ผู้เช่าห้องคนเดิมไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้ ต. หรือจำเลย จึงไม่ใช่สัญญายืม และไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 ที่ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ5. เรื่องผ้าโจทก์ไม่อุทธรณ์ฎีกาจึงยุติ ส่วนเรื่องเงินฝากนั้นปรากฏบัญชีที่ ต.

จดไว้ว่า "ส่วนของแม่ให้ขอยืม" ไม่ใช่เรื่องฝากดังโจทก์ฟ้อง ทั้งเชื่อว่า คงให้ยืมเป็นทุน เมื่อเป็นการยืมต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่ ต. และจำเลยไม่ได้ลงนามในเอกสารนี้จึงบังคับไม่ได้ ข้อความต่อมามีอีกว่า ฝากไว้อีกหนึ่งร้อย จึงฟังได้ว่าฝากเพียงร้อยบาท6. ตามฟ้องและคำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้จำเลยรับผิดในค่าเซ้งห้องและเงินฝากเป็นส่วนตัวด้วย ที่ศาลให้สินสมรสทั้งหมดรับผิดในการชำระหนี้ เป็นผลดีแก่จำเลยอยู่แล้ว

Result

พิพากษาแก้เฉพาะหนี้เงินฝาก ให้เป็นเพียง 100 บาท

Matter details

Panel of judges
จำรูญเนติศาสตร์ · นนทปัญญา · ลัดพลีธรรมประคัลภ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up