คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 65, 66, 67, 76, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบของกลางทั้งหมด เว้นธนบัตร200 บาท ของกลางที่ใช้ในการล่อซื้อให้คืนแก่เจ้าของจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง,65 วรรคหนึ่ง วรรคสอง, 76 วรรคหนึ่ง การกระทำความผิดของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายและมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65วรรคสอง ให้ประหารชีวิต ฐานจำหน่ายเฮโรอีนให้จำคุกกระทงละ 5 ปีรวม 2 กระทง จำคุก 10 ปี ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้จำคุก 2 เดือน เมื่อศาลลงโทษจำเลยหนักที่สุดในความผิดกระทงแรกโดยให้ประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษกระทงหลังมาบวกกับโทษกระทงแรกได้อีก
จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาและเป็นการให้ความรู้แก่ศาลมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกตลอดชีวิต ริบของกลางเว้นแต่เงิน 200 บาทที่เจ้าพนักงานตำรวจใช้ในการล่อซื้อให้คืนแก่เจ้าของจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายและมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้ปรับบทความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65วรรคสอง และมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ส่วนโทษประหารชีวิตในความผิดฐานผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นบทหนักเมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) ให้เปลี่ยนเป็นจำคุก 25 ปี
เมื่อนำเอาโทษจำคุกที่มีกำหนดเวลาในกระทงอื่นอีก3 กระทง ซึ่งศาลชั้นต้นวางโทษจำคุก รวม 10 ปี 2 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี 1 เดือนมารวมกับโทษในกระทำแรกที่ให้จำคุก 25 ปี จึงรวมเป็นจำคุกจำเลย30 ปี 1 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหามาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานผลิตเฮโรอีนของกลางตามฟ้องหรือไม่
ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันขั้นตอนที่จำเลยทำการแบ่งบรรจุเฮโรอีนใส่ในหลอดกาแฟ คงปรากฎแต่เพียงมีเฮโรอีนใส่หลอดกาแฟไว้เรียบร้อยแล้วจำเลยจึงน่าจะมีความผิดเพียงมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพราะเจตนาของเจ้าพนักงานตำรวจที่ล่อซื้อเฮโรอีนจากจำเลยทั้ง 2 ครั้ง เป็นการแสวงหาพยานหลักฐานอันมิชอบนั้น เห็นว่าพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ให้คำนิยามคำว่า"ผลิต" ไว้ว่า ให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วยข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่า ขณะจับจำเลยได้นั้นเจ้าพนักงานตำรวจค้นพบเฮโรอีนบรรจุในหลอดกาแฟจำนวนถึง 28 หลอดอยู่ในกล่องพลาสติกที่จำเลยถืออยู่และยังมีหลอดกาแฟเปล่าขนาดเดียวกันที่ตัดไว้โดยปิดด้านหนึ่งอยู่อีกถึง 33 หลอด
ประกอบกับในชั้นจับกุมจำเลยรับสารภาพว่าซื้อเฮโรอีนมาแบ่งบรรจุในหลอดกาแฟตามบันทึกการจับคุมเอกสารหมาย จ.3 และแสดงท่าบรรจุเฮโรอีนในหลอดกาแฟเปล่าให้เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับดูด้วย นอกจากนี้ในชั้นสอบสวนจำเลยก็รับว่าหลอดกาแฟเปล่าเตรียมไว้เพื่อบรรจุเฮโรอีนตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.6 พฤติการณ์ของจำเลยที่แบ่งเฮโรอีนออกเป็นส่วนย่อยและบรรจุลงในหลอดกาแฟดังกล่าว ทั้งยังมีหลอดกาแฟเปล่าขนาดเดียวกันจำนวนมาก แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขั้นตอนที่จำเลยทำการแบ่งบรรจุใส่ในหลอดกาแฟ แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยกระทำเพื่อความสะดวกในการจัดจำหน่ายนั่นเอง พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานผลิตเฮโรอีนของกลางตามฟ้อง ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้นเห็นว่า ความผิดฐานผลิตเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคสอง วางโทษประหารชีวิตสถานเดียวจึงไม่อาจลดโทษจำเลยให้ต่ำกว่านี้ได้อีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"
Result
พิพากษายืน