คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า
ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยนำสืบพยานภายหลังโดยไม่ได้ถามค้านโจทก์เกี่ยวกับเรื่องที่โจทก์ได้เรียกเงินจากนายสุนทร มงคลการ นายวิทยา หนูแก้ว และนายสมนึกเมืองนิล พยานจำเลยจริงหรือไม่ เพื่อให้โจทก์ได้อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับบุคคลดังกล่าว และรู้เห็นเกี่ยวกับการเข้ามาทำงานของบุคคลดังกล่าวในบริษัทจำเลยอย่างไร การรับฟังคำพยานจำเลยทั้งสามจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๘๙
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การสืบพยานในคดีแรงงานแตกต่างจากคดีแพ่งสามัญ ซึ่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๕ วรรคสอง บัญญัติว่า"ในการสืบพยานไม่ว่าจะเป็นพยานที่คู่ความฝ่ายใดอ้างหรือที่ศาลแรงงานเรียกมาเอง ให้ศาลแรงงานเป็นผู้ซักถามพยาน ตัวความหรือทนายความจะซักถามพยานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน"ฉะนั้น การที่จำเลยนำสืบนายสุนทร มงคลการ นายวิทยา หนูแก้ว และนายสมนึก เมืองนิล ว่าโจทก์เรียกร้องเงินจากพยานทั้งสามดังกล่าวนั้นย่อมถือได้ว่าศาลแรงงานกลางอนุญาตแล้ว เพราะศาลแรงงานกลางต้องการได้ข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์และให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดี จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๙ มาใช้บังคับในการพิจารณาคดีแรงงานไม่ได้ ที่ศาลแรงงานกลางรับฟังคำพยานจำเลยทั้งสามดังกล่าวจึงชอบแล้ว
Result
พิพากษายืน.