Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4140/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นพี่ชายของผู้ตาย ถูกผู้ตายซึ่งมึนเมาสุรามาหาเรื่องและทำร้ายชกต่อยจำเลย แม้จำเลยหนีลงจากบ้านไปแล้ว ผู้ตายยังติดตามจำเลยลงไปอย่างกระชั้นชิดและทำร้ายจำเลยอีก เป็นเหตุให้จำเลยเกิดบันดาลโทสะจึงได้หยิบฉวยไม้ด้ามเสียมซึ่งวางอยู่ที่พื้นดิน บริเวณหน้าบ้านนางโปยใกล้ที่เกิดเหตุตีไปที่ผู้ตาย 2 ถึง 3 ครั้ง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอย่างกระทันหันฉุกละหุก โดยจำเลยไม่มีโอกาสเลือกอาวุธ ทั้งไม่ได้เลือกตีบริเวณส่วนใดของ ร่างกายผู้ตาย เป็นการตีโดยไม่อาจทราบว่าจะถูกอวัยวะส่วนใดของผู้ตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยไม่มีเจตนาฆ่าและเป็นการกระทำโดยเหตุบันดาลโทสะเพราะถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงเหตุอันไม่เป็นธรรม โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288 เมื่อทางพิจารณารับฟังได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐาน ทำร้ายร่างกายผู้ตายจนถึงแก่ความตายตามมาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288, 33 ริบของกลาง

จำเลยให้การต่อสู้ อ้างเหตุบันดาลโทสะ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72 จำคุก 9 ปี คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยบันดาลโทสะใช้ไม้ด้ามเสียมของกลางตีทำร้ายผู้ตายถูกบริเวณกะโหลกศีรษะ ใบหน้าและแขน เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย รายละเอียดปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนางโปยพยานโจทก์ว่า ผู้ตายซึ่งเมาสุราเดินขึ้นมาบนบ้านนางโปยเพื่อถามหานางเต่าภริยาของผู้ตาย เนื่องจากผู้ตายทะเลาะกับนางเต่า เมื่อไม่พบนางเต่า ผู้ตายก็ลงจากบ้านไป หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที ผู้ตายมาขอกุญแจรถยนต์จากจำเลย จำเลยเห็นว่าผู้ตายเมาสุราจึงไม่ให้ ผู้ตายผลักจำเลยล้มลงและด่าว่าจำเลย แล้วเดินลงจากบ้านนางโปยไปต่อมาผู้ตายกลับมาหาจำเลยอีกครั้งหนึ่งในสภาพมึนเมาสุราและโมโห

ผู้ตายเข้ามากระชากคอเสื้อของจำเลยและถามหากุญแจรถยนต์อีก แต่จำเลยไม่ให้ ผู้ตายจึงชกใบหน้าจำเลย 2 ถึง 3 ครั้ง จำเลยล้มลงกับพื้นแล้วลุกขึ้นจะหนี แต่ผู้ตายกอดตัวจำเลยไว้แล้วมีการกอดปล้ำกัน เมื่อจำเลยหลุดจากผู้ตายได้วิ่งลงจากบ้านไป ผู้ตายวิ่งตามลงไปทางหน้าบ้านของนางโปยแล้วจำเลยหยิบไม้ด้ามเสียมซึ่งอยู่บริเวณหน้าบ้านนางโปยไปที่ผู้ตาย นายแพทย์กมล พยานโจทก์ซึ่งทำการชันสูตรพลิกศพระบุว่าบาดแผลที่เกิดจากของแข็งกระแทกอย่างแรงที่ศีรษะทำให้ผู้ตายเสียชีวิต บาดแผลที่ดั้งจมูกและที่แขนไม่สามารถทำให้ตายได้ และบาดแผลที่ศีรษะของผู้ตายถูกตีเพียงครั้งเดียว เห็นว่า จำเลยเป็นพี่ชายของผู้ตาย เมื่อถูกผู้ตายซึ่งมึนเมาสุรามาหาเรื่องและทำร้ายชกต่อยจำเลยแม้จำเลยหนีลงจากบ้านไปแล้ว

ผู้ตายยังติดตามจำเลยลงไปอย่างกระชั้นชิดและทำร้ายจำเลยอีกเป็นเหตุให้จำเลยเกิดบันดาลโทสะจึงได้หยิบฉวยได้ไม้ด้ามเสียมซึ่งวางอยู่ที่พื้นดินบริเวณหน้าบ้านนางโปยใกล้ที่เกิดเหตุนั่นเอง แล้วใช้ไม้ดังกล่าวตีไปที่ผู้ตาย 2 ถึง 3 ครั้ง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอย่างกระทันหันฉุกละหุก โดยจำเลยไม่มีโอกาสเลือกอาวุธ ทั้งไม่ได้เลือกตีบริเวณส่วนใดของร่างกายผู้ตาย เป็นการตีโดยไม่อาจทราบว่าจะถูกอวัยวะส่วนใดของผู้ตายประกอบกับชั้นสอบสวนจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า ตีผู้ตายจริงแต่ไม่มีเจตนาฆ่า เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ประกอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วรับฟังได้ว่า จำเลยทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยไม่มีเจตนาฆ่าและเป็นการกระทำโดยเหตุบันดาลโทสะเพราะถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยบันดาลโทสะและฆ่าผู้ตายโดยเจตนา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย?

อนึ่งโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288 เมื่อทางพิจารณารับฟังได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้ตายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายตามมาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 ลงโทษจำคุก 3 ปี คำให้การและทางพิจารณาของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

Matter details

Panel of judges
จิระวรรณ ศิริบุตร · เกษม เวชศิลป์ · ไพโรจน์ วายุภาพ
Lower court
ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นางนุชนาถ ชาลีกุล ทับน้อย
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3978/2567

การที่ผู้ตายที่ 1 ใช้อาวุธมีดแทง น. แล้ว น. ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 1 แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกผู้ตายที่ 2 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าอย่างกะทันหันโดยจำเลยมิได้คบคิดนัดหมายกันมาก่อน ถือไม่ได้ว่าจำเล…

Supreme Court Judgment No. 8403/2561

การที่จำเลยที่ 1 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินราดใส่ผู้ตายแล้วจุดไฟเผาผู้ตายเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าอย่างกะทันหันโดยจำเลยที่ 2 มิได้คบคิดนัดหมายกับจำเลยที่ 1 มาก่อน จึงไม่ใช่เรื่องการแบ่งหน้าที่ก…

Supreme Court Judgment No. 10065/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธมีดแทงผู้ตาย ถูกบริเวณหน้าอกด้านซ้าย โดยเจตนาฆ่าและผู้ตายถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 288 นั้น ความผิดตามฟ้องของโจทก์ย่อมรวมถึงการทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึ…

Supreme Court Judgment No. 21379/2556

แม้ข้อเท็จจริงที่ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นคนร้ายที่ขับรถยนต์และใช้ไม้ถูพื้นไล่ตามทำร้ายผู้ตายกับพวก จะแตกต่างจากที่โจทก์กล่าวในคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันขับรถยนต์ไล่ชนทำร้ายผู้ตาย แต่ข้อเท็…

Supreme Court Judgment No. 6798/2554

แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามที่โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันตระเตรียมอาวุธมาทำร้ายผู้ตาย แต่เมื่อโจทก์ร่วมทั้งสองเข้ามาดำเนินคดีนี้โดยอาศัยสิทธิตามฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ เมื่อคำฟ้องของโจท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up