Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4139/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

วงเงินจำนองตามที่ระบุในสัญญาจำนองหมายถึงเฉพาะหนี้เงินต้น หาได้รวมถึงหนี้ดอกเบี้ยด้วยไม่ ผู้รับจำนองจึงมีสิทธิขอรับชำระหนี้ในส่วนดอกเบี้ยที่เกินวงเงินจำนองได้ เมื่อสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีที่จำเลยทำไว้กับผู้ร้องไม่ปรากฏรายการเดินสะพัดในบัญชีอันจะเป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ร้องได้ยินยอมให้จำเลยเบิกเงินเกินบัญชีต่อไปอีกนับแต่วันสิ้นสุดของสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ทั้งไม่ปรากฏรายการนำเงินเข้าเพื่อหักทอนหนี้ของยอดเงินที่ยังค้างชำระพฤติการณ์แสดงว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายให้ถือว่าสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีเป็นอันสิ้นสุดลงตามกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะคิดดอกเบี้ยทบต้นโดยอาศัยข้อตกลงตามสัญญาเดิมอีกต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยเพื่อบังคับคดีชำระหนี้ผู้ร้องยื่นคำขอชำระหนี้ก่อน ในฐานเจ้าหนี้ผู้รับจำนองที่โจทก์นำยึด จำเลยจำนองเป็นประกันหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีกับผู้ร้องในวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ร้องขอรับชำระหนี้คิดถึงวันยื่นคำร้องเป็นจำนวนเงิน ๒๘๘,๔๓๓.๐๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๗.๕ ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่๓๐ ตุลาคม ๒๕๒๙ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องมีบุริมสิทธิในที่ดินเพียงต้นเงินจำนองและดอกเบี้ยนับแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๒๗ จนถึงวันยื่นคำร้องเท่านั้นสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีครบกำหนดในวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๒๘ ไม่มีการต่ออายุสัญญาอีก ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นอีกต่อไปผู้ร้องคิดดอกเบี้ยไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษา (ที่ถูกเป็นมีคำสั่ง) ว่า ให้ผู้ร้องมีบุริมสิทธิ์ในทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๘๙๙ ตำบลแม่กลอง(แหลมใหญ่) อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงครามพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่า ผู้ร้องมีบุริมสิทธิขอรับชำระหนี้จำนองได้เท่าใดผู้ร้องฎีกาว่ายอดเงินตามที่ระบุในสัญญาจำนองและสัญญากู้เบิกเงินเกิน บัญชีจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาทไม่รวมถึงดอกเบี้ยด้วย ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเป็นเงิน ๒๘๘,๔๓๓.๐๒ บาท ตามคำร้องศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วสัญญาจำนอง ข้อ ๑ระบุว่า "ผู้จำนองตกลงจำนองที่ดินเพื่อเป็นประกันหนี้ของผู้จำนองซึ่งเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลานี้หรือในเวลาใด เวลาหนึ่งต่อไปในภายหน้าเป็นจำนวนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท" และสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนอง ข้อ ๑ ระบุว่า "จำนองประกันหนี้ซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้อยู่ในเวลานี้หรือในเวลาใดเวลาหนึ่งต่อไปในภายหน้าเป็นจำนวนเงิน๒๐๐,๐๐๐ บาท กับค่าอุปกรณ์

คือ ดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน ในการไม่ชำระหนี้และค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนอง" เห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๐๘ บัญญัติว่า "สัญญาจำนองนั้นต้องมีจำนวนเงินระบุไว้เป็นเรือนเงินไทยเป็นจำนวนแน่ตรงตัวหรือจำนวนขั้นสูงสุดที่ได้เอาทรัพย์สินจำนองนั้นตราไว้เป็นประกัน"และมาตรา ๗๑๕ บัญญัติว่า "ทรัพย์สินซึ่งจำนองย่อมเป็นประกันเพื่อการชำระหนี้กับทั้งค่าอุปกรณ์ด้วยคือ (๑) ดอกเบี้ย (๒) ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้ (๓) ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนอง"จากบทบัญญัติทั้งสองมาตราดังกล่าว จะเห็นได้ว่าหากมีการระบุจำนวนเงินที่จำนองเป็นประกันไว้ และให้รวมถึงดอกเบี้ยหรือค่าอุปกรณ์อื่นรวมอยู่ในวงเงินนั้นด้วย

ก็หาจำต้องระบุข้อความไว้ในมาตรา ๗๑๕อีกไม่ เพราะจำนองย่อมเป็นประกันหนี้ตามวงเงินที่กำหนดตามมาตรา ๗๐๘อยู่แล้วที่มาตรา ๗๑๕ บัญญัติเช่นนั้นจึงเห็นได้ว่าหนี้ดอกเบี้ยหาได้รวมอยู่ในวงเงินตามที่ระบุในสัญญาจำนองไม่ ดังนั้น ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอรับชำระหนี้ก่อนในส่วนดอกเบี้ยที่เกินวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทด้วยที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ผู้ร้องมีบุริมสิทธิในทรัพย์จำนองเพียง๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยไม่ให้ดอกเบี้ยจากเงินจำนวนดังกล่าวนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น แต่ที่ผู้ร้องขอคิดดอกเบี้ยทบต้นอัตราร้อยละ ๑๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๘ มีนาคม๒๕๒๗ อันเป็นวันที่ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี จนถึงวันที่ ๒๙ตุลาคม ๒๕๒๙ อันเป็นวันยื่นคำร้องนั้น

เห็นว่า ตามสำเนาสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเอกสารหมาย ร.๑ และสำเนาบัญชีกระแสรายวันของจำเลยเอกสารหมาย ร.๔ ไม่ปรากฎรายการเดินสะพัดในบัญชีอันจะเป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ร้องได้ยอมให้จำเลยกู้เบิกเงินเกินบัญชีต่อไปอีกนับ แต่วันสิ้นสุดของสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ซึ่งกำหนดให้จำเลยชำระทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๘ มีนาคม๒๕๒๘ ทั้งไม่ปรากฏรายการการนำเงินเข้าเพื่อหักทอนหนี้ของยอดเงินที่ค้างชำระของฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ ตามพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายให้ถือว่าสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นอันสิ้นสุดลงตามกำหนดระยะ เวลาที่ระบุไว้ในสัญญาดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะคิดดอกเบี้ยทบต้นโดยอาศัยสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีตามเอกสารหมาย ร.๑ ได้อีกต่อไป

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์และเจ้าหนี้รายอื่นเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๗.๕ ต่อปี โดยวิธีทบต้น นับแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๒๗ ถึงวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๒๘ หลังจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันโดยไม่ทบต้นจนกว่าผู้ร้องจะชำระหนี้แล้วเสร็จ

Matter details

Panel of judges
ประชา บุญวนิช · บุญส่ง วรรณกลาง · นิเวศน์ คำผอง
Lower court
ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายพิชัย คุ้มพงษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up