Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4114/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ด้วยความประมาทชนรถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย แต่คณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งของโจทก์เสนอความเห็นให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2530ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีผู้ใดต้องรับผิดชดใช้ทางแพ่ง โจทก์รายงานผลการสอบสวนดังกล่าวให้กระทรวงการคลังทราบตามระเบียบ ต่อมาคณะกรรมการที่ปรึกษาความรับผิดทางแพ่งซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรีเห็นว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยประมาทและต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จึงแจ้งความเห็นดังกล่าวให้โจทก์ทราบในวันที่ 9 กรกฎาคม 2530 นั้น เมื่อในวันที่14 มกราคม 2530 ที่โจทก์ทราบความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนของโจทก์นั้นโจทก์ไม่อาจรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ โจทก์เพิ่งรู้ถึงการกระทำละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อโจทก์ทราบความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษาความรับผิดทางแพ่งในวันที่ 9 กรกฎาคม 2530ว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์เสียหายและต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย โจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ 1กรกฎาคม 2531 ยังไม่เกิน 1 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นกรมในรัฐลาล สังกัดกระทรวงศึกษาธิการมีฐานะเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2529 นายวิโรจน์ชูคันหอม ลูกจ้างประจำของโจทก์ขับรถยนต์ของโจทก์กลับจากการปฏิบัติราชการจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมุ่งหน้าไปจังหวัดสงขลาตามเส้นทางถนนสายเอเชีย จำเลยขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากทางแยกด้านทิศตะวันออกด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังพุ่งเข้าชนรถยนต์ของโจทก์ที่บริเวณล้อหลังด้านซ้าย ทำให้รถยนต์ของโจทก์เสียหลักแล่นพุ่งเลยผิวจราจรไปทางทิศตะวันตกของถนนเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์พลิกคว่ำได้รับความเสียหายใช้การไม่ได้ โจทก์เสียค่าจ้างช่างทำการซ่อมรถยนต์ให้อยู่ในสภาพเดิมเป็นเงิน 23,500 บาท โจทก์ทราบว่าจำเลยเป็นผู้ที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2530โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเสียหายแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย

ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 23,500 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จจำเลยให้การว่า ความเสียหายของโจทก์ไม่เกิน 5,000 บาทนายวิโรจน์พนักงานขับรถยนต์ของโจทก์มีส่วนประมาทด้วย โจทก์ทราบว่าจำเลยต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2529ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงิน 23,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 สิงหาคม2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาเพียงว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2529 จำเลยขับรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์ของโจทก์เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 23,500 บาท โจทก์ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2529 คณะกรรมการดังกล่าวเสนอความเห็นตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย ป.จ.3 ให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2530 ว่า เหตุที่เกิดนั้นเป็นเหตุสุดวิสัยไม่มีผู้ใดต้องรับผิดชดใช้ทางแพ่งโจทก์รายงานผลการสอบสวนดังกล่าวไปให้กระทรวงการคลังทราบตามระเบียบของกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังมีหนังสือเอกสารหมาย

ป.จ.4 แจ้งกระทรวงศึกษาธิการว่า ได้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการที่ปรึกษาความรับผิดทางแพ่งซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายของรถยนต์ของโจทก์จำนวน 33,000 บาท โจทก์ทราบความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษาความรับผิดทางแพ่งดังกล่าวเมื่อวันที่9 กรกฎาคม 2530 ตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย ป.จ.5 หลังจากนั้นโจทก์แจ้งให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมใช้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้คณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งของโจทก์ได้สอบสวนแล้วมีความเห็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นในคดีนี้เป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีผู้ใดต้องรับผิดชดใช้ทางแพ่งและโจทก์ทราบความเห็นของคณะกรรมการดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 มกราคม2530 ปรากฏตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย ป.จ.3 ก็ตาม แต่เมื่อตามความเห็นของคณะกรรมการดังกล่าวไม่ปรากฏว่าได้มีการละเมิดและมีผู้ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด ในขณะนั้นโจทก์จึงไม่อาจรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนได้โจทก์เพิ่งรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อโจทก์ได้ทราบในวันที่ 9 กรกฎาคม 2530 ตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย ป.จ.5 ว่าคณะกรรมการที่ปรึกษาความรับผิดทางแพ่งซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นว่า

จำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์เสียหาย และจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายของรถยนต์ของโจทก์ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่1 กรกฎาคม 2531 ซึ่งยังไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา448 วรรคหนึ่ง ทั้งนี้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 507/2535 ระหว่างกองทัพเรือ โจทก์ จ่าเอกโสภณ ไชยธรรม จำเลย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1856/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะหน่วยงานของรัฐให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติอ…

Supreme Court Judgment No. 399/2568

การเรียกค่าเสียหายอันเป็นค่าขาดประโยชน์ ค่าเสื่อมสภาพจากการไม่ได้ใช้ทรัพย์ และค่าใช้จ่ายพนักงานในการติดตามดำเนินคดีและทวงถามทรัพย์คืนจากจำเลยในระหว่างที่จำเลยบังคับคดีนำทรัพย์ตามฟ้องของโจทก์ไปเก็บรักษ…

Supreme Court Judgment No. 1765/2566

แม้โจทก์จะไม่ได้กล่าวมาในคำฟ้องให้ชัดเจนว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 และที่ 9 ถึงที่ 21 ให้รับผิดในความเสียหายจากการกระทำละเมิด หรือให้รับผิดในฐานะผู้แทนนิติบุคคลหรือตัวแทนกระทำโดยประมาทเลินเล่อหร…

Supreme Court Judgment No. 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

Supreme Court Judgment No. 2730/2562

การที่จำเลยทั้งสองไม่ยอมไปรับรถยนต์พิพาทคืนทั้งที่อยู่ในวิสัยที่คาดหมายได้ว่า โจทก์ไม่ดำเนินการซ่อมระบบเบรกรถยนต์พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองอย่างแน่นอน โดยยังคงจอดรถยนต์พิพาททิ้งไว้บริเวณศูนย์บริการของโจท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up