คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความจากคำฟ้องของโจทก์ว่า ข้อความที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าจำเลยหมิ่นประมาทนั้นอยู่ในคำแถลงการณ์ปิดคดีในคดีแพ่งซึ่งจำเลยเรียบเรียงขึ้นในฐานะที่เป็นทนายความของโจทก์ในคดีดังกล่าว จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นการกระทำของทนายความของคู่ความซึ่งแสดงความคิดเห็นหรือข้อความในกระบวนพิจารณาคดีในศาล แต่การกระทำเช่นว่านี้มิใช่ว่าจะไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาททุกกรณีไป ทั้งนี้เพราะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๑ นั้น การกระทำดังกล่าวจะไม่เป็นการหมิ่นประมาทต่อเมื่อกระทำเพื่อประโยชน์แก่คดีของตน แต่ถ้าได้กระทำโดยมุ่งประสงค์จะหมิ่นประมาทบุคคลอื่นแล้วก็มีความผิดฐานหมิ่นประมาทได้คำบรรยายฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ไม่ปรากฏชัดว่าจำเลยมิได้กระทำเพื่อประโยชน์แก่คดีของตน
ทั้งโจทก์มิได้แนบสำเนาคำแถลงการณ์ของจำเลยดังกล่าวมาท้ายฟ้องเพื่อให้ศาลพิจารณาได้ว่าจำเลยกระทำเพื่อประโยชน์แก่คดีของตนหรือไม่ หากพิจารณาฟ้องโจทก์โดยตลอดแล้ว ก็ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมิได้กระทำเพื่อประโยชน์แก่คดีของตน ซึ่งจะทำให้จำเลยไม่ได้รับยกเว้นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๑ และมีผลให้จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๓๒๖ ที่โจทก์ฟ้อง หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวได้ว่า แม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ตามฟ้อง การกระทำของจำเลยก็ยังไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๓๒๖ นอกจากนี้การที่โจทก์ไม่แนบสำเนาคำแถลงการณ์ของจำเลยดังกล่าวมาท้ายฟ้อง ทั้งมิได้บรรยายฟ้องให้เห็นอย่างละเอียดว่า คำแถลงการณ์ดังกล่าวมีข้อความอย่างไรบ้าง โจทก์เพียงหยิบยกข้อความส่วนน้อยมาแสดงเพื่อให้เห็นว่าเป็นข้อความที่หมิ่นประมาทโจทก์เท่านั้นเช่นนี้เห็นได้ว่า ฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) อีกด้วยฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน.