Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4095/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35มิได้มุ่งหมายให้ริบทรัพย์สินของบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็น เป็นใจในการกระทำผิดด้วย เมื่อคดีฟังได้ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องย่อมมีสิทธิร้องขอจักรยานยนต์ของกลางคืนได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 36 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 Section 35

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและให้ริบรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ร้อยเอ็ดฆ-0068 ของกลางที่ใช้ในการกระทำผิด ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นของผู้ร้องไม่ใช่ของจำเลย และผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง และรถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่จะต้องริบตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 35 โดยไม่จำต้องเป็นผู้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางคดีนี้แก่ผู้ร้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 มาตรา 35 มิได้มุ่งหมายให้ริบทรัพย์สินของบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดด้วย ฉะนั้นบทกฎหมายใดที่บัญญัติให้ริบทรัพย์ของผู้อื่นผู้มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดและทรัพย์นั้นไม่ใช่ทรัพย์ที่บุคคลทำหรือมีไว้เป็นความผิดแล้วย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในระบอบประชาธิปไตย พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 35 เป็นบทบัญญัติที่ให้ริบทรัพย์สินของบุคคลผู้กระทำความผิดแต่จะริบทรัพย์สินของบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วยไม่ได้ ดังนั้น เมื่อรูปคดีฟังได้ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องผู้มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยแล้ว กรณีจะตกอยู่ในบังคับ แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36ผู้ร้องย่อมมีสิทธิร้องขอรถจักรยานยนต์ของกลางคืนได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษาให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · เจริญ นิลเอสงฆ์ · สังเวียน รัตนมุง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

Supreme Court Judgment No. 12315/2558

กฎหมายที่มีโทษทางอาญา เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อลงโทษผู้กระทำความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติ การริบทรัพย์สินเป็นโทษทางอาญาประการหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 18 (5) ดังนั้น การริบทรัพย์สินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น…

Supreme Court Judgment No. 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

Supreme Court Judgment No. 635/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้น เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้อ…

Supreme Court Judgment No. 444/2563

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยรวมทุกกระทงแล้วจำคุก 28 ปี 56 เดือน ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up