คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ 30,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ15 ต่อปี โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน นับแต่กู้เงินไปจำเลยที่ 1 ไม่เคยชำระดอกเบี้ยเลย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ค้ำประกันลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกันเป็นลายมือปลอมศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระต้นเงินพร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
สัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1 มีข้อความระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ร้อยละ 18 ต่อปี ซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ ข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ย่อมมีผลให้โจทก์หมดสิทธิที่จะเรียกเอาดอกเบี้ยตามสัญญาได้ อย่างไรก็ดีสัญญากู้มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ ฉะนั้นหลังจากที่โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบเพื่อทำการชำระหนี้ตามสัญญาแล้ว จำเลยยังคงเพิกเฉยมิได้ปฏิบัติตามคำเรียกร้องของโจทก์ ในกรณีเช่นนี้จำเลยได้ชื่อว่าผิดนัดแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นไปโจทก์ชอบที่จะเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีเอาแก่จำเลยได้พิพากษายืน