Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3992/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 ให้สัมภาษณ์และได้ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กล่าวหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดังกล่าวต้องรับผิดเป็นตัวการตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 แม้จำเลยที่ 1จะไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมและลงพิมพ์ไปตามคำสัมภาษณ์ของจำเลยที่ 2 เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบความเป็นไปในพรรคการเมืองก็ตาม

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณาหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2535เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใส่ความหมิ่นประมาทนายโภคิน พลกุล ผู้เสียหายโดยจำเลยที่ 2 ให้สัมภาษณ์และจำเลยที่ 1 ได้กระทำการโฆษณาด้วยตัวอักษรให้ปรากฏในหนังสือพิมพ์รายวัน "มติชน" ฉบับลงวันที่ 27 มกราคม 2536โดยพาดหัวข่าวว่า "แฉแก๊ง 4 พ.อ.-3 ดร*. ทำพรรคบิ๊กจิ๋วพัง"ซึ่งหมายความว่าพรรคการเมืองชื่อพรรคความหวังใหม่ มีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธเป็นหัวหน้าพรรคได้ถูกทำลายลงโดยกลุ่มบุคคลซึ่งประกอบด้วยนายทหารยศพันเอก 4 นาย และนักวิชาการระดับปริญญาเอก 3 นาย นอกจากนี้จำเลยที่ 2 ยังให้สัมภาษณ์ และจำเลยที่ 1 ได้ลงโฆษณารายละเอียดของข่าวว่า"ขณะนี้เกิดกลุ่มอิทธิพลในพรรค 3 กลุ่ม

กลุ่มสองเป็นกลุ่ม 3ด็อกเตอร์ ประกอบด้วยนายโภคิน พลกุล นายปรีชา พงษ์ไกรเลิศนายโกเมศ ขวัญเมือง กลุ่มอิทธิพลนี้ได้ปลอมลายเซ็นหัวหน้าพรรคในการเบิกเงินพรรคและใช้ลายเซ็นปลอมในการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ ๆ" ทำให้ประชาชนผู้ได้อ่านข่าวดังกล่าวเข้าใจว่า ผู้เสียหายได้ปลอมลายเซ็นพลเอกชวลิตหัวหน้าพรรคความหวังใหม่เบิกเงินพรรคไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวและแต่งตั้งบุคคลในตำแหน่งสำคัญ ๆ ภายในพรรคการกระทำของจำเลยทั้งสองน่าจะทำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชังจากบุคคลทั่วไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 326, 328 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484มาตรา 4, 48จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณานายโภคิน พลกุล ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำคุก 6 เดือน ปรับ10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยรับโทษจำคุกมาก่อนให้รอการลงโทษจำคุก 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 พระราชบัญญัติการพิมพ์พ.ศ. 2488 มาตรา 4, 48 จำคุก 6 ปี ปรับ 20,000 บาทไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยรับโทษจำคุกมาก่อน จำเลยที่ 1มีอายุมากแล้วและมีอาชีพการงานในตำแหน่งสูง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า ข้อความที่จำเลยที่ 2 ให้สัมภาษณ์และได้ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนตามฟ้องซึ่งมีจำเลยที่ 1 เป็นบรรณาธิการเป็นข้อความที่จำเลยที่ 2 ได้กล่าวหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมแต่ข้อความที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 27มกราคม 2535 เป็นไปตามคำสัมภาษณ์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคความหวังใหม่เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพรรคความหวังใหม่นั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 บัญญัติไว้เป็นใจความว่าเมื่อมีความผิดนอกจากที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้นด้วยการโฆษณาสิ่งพิมพ์ ในกรณีหนังสือพิมพ์บรรณาธิการต้องรับผิดเป็นตัวการ

ดังนั้น แม้จำเลยที่ 1 จะไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมและลงพิมพ์ไปตามคำสัมภาษณ์ของจำเลยที่ 2 เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบความเป็นไปในพรรคความหวังใหม่ก็ตามแต่เมื่อหนังสือพิมพ์ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นบรรณาธิการลงข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ร่วม จำเลยที่ 1 ก็ย่อมมีความผิดในฐานะเป็นตัวการตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ฎีกาจำเลยที่ 1ฟังไม่ขึ้นอนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษปรับจำเลยที่ 2และจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 10,000 บาท และ 20,000 บาทตามลำดับนั้น ปรากฏว่าเป็นอัตราโทษตามมาตรา 326 และ 328ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2535 แต่กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2535 จึงเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำผิด และเป็นกฎหมายที่เพิ่มเฉพาะอัตราโทษปรับให้สูงขึ้นเนื่องจากอัตราโทษปรับขั้นสูงของมาตรา 326และ 328 เดิมนั้นมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และ 4,000 บาทตามลำดับจึงไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสอง จะนำกฎหมายฉบับดังกล่าวมาปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองหาได้ไม่ ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2เป็นเงิน 2,000 บาทและ 1,000 บาท ตามลำดับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ชูชาติ ศรีแสง · จิระ บุญพจนสุนทร · วินัย วิมลเศรษฐ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 875/2568

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 7651/2552

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่งตามมาตรา 328 การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อยสองคนจึงเป็นองค์คณะที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา…

Supreme Court Judgment No. 1068/2537

หัวข้อข่าวที่ว่า แอมบาสเดอร์เบี้ยวค่าเฟอร์นิเจอร์เจ้าของร้านฟ้องศาลเรียกหนี้ 1 ล้าน หมายถึงแอมบาสเดอร์ไม่จ่ายค่าเฟอร์นิเจอร์ เพราะไม่ซื่อตรงหรือโกง เจ้าของร้านฟ้องศาลเรียกหนี้ 1 ล้านบาท และหัวข้อข่าวด…

Supreme Court Judgment No. 2172/2537

จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย เพราะการเป็นผู้เสียหายจะต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย โดยมิได้กล่าวไว้อย่างชัดแจ้งว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2วินิจฉัยเรื่องผู้เสียหายไม่ถูกต้องอย่างไร และการเป็นผู้เสียหายจะต้อ…

Supreme Court Judgment No. 2973/2522

ตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 เห็นได้ชัดว่าเจตนารมย์ของกฎหมายมุ่งให้บรรณาธิการเป็นผู้รับผิดชอบในข้อความที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ที่ตนเป็นบรรณาธิการ เมื่อหนังสือพิมพ์ซึ่งจำเลยเป็นบรร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up