Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3968/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 นำที่ดินของโจทก์ไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยไม่มีอำนาจแม้เจ้าพนักงานที่ดินจะออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ก็ไม่มีสิทธิใด ๆ เหนือที่ดินเพราะกระบวนการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 2 จึงมิใช่เจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน จำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 2 ย่อมไม่มีสิทธิเหนือที่ดินนั้นเช่นเดียวกัน และการกระทำอันเกี่ยวกับการจดทะเบียนโอนสิทธิตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งไม่มีผลตามกฎหมายย่อมตกเป็นอันเสียเปล่า จำเลยที่ 1 จะกล่าวอ้างการกระทำอันมิชอบเช่นนั้นว่าเป็นการจัดซื้อที่ดินตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 29 มิได้

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 Section 29 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 Section 36 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 Section 37

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 ตำบลสำพันตาอำเภอกบินทร์บุรี (อำเภอนาดี) จังหวัดปราจีนบุรี เนื้อที่ 26 ไร่ 1 งาน 62 ตารางวา จำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าทำนาในที่ดินดังกล่าว เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2527 จำเลยที่ 2 ใช้อุบายหลอกลวงเจ้าพนักงานที่ดินโดยแจ้งว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ซึ่งขณะนั้นอยู่ในพื้นที่ที่แยกเขตการปกครองจากอำเภอกบินทร์บุรีออกมาเป็นอำเภอนาดีและขอออกใบจอง เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อจึงออกใบจองที่ดินแก่จำเลยที่ 2 ปี 2529 จำเลยที่ 2 นำใบจองที่ทางราชการออกให้ไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี

ได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 ตำบลสำพันตา อำเภอนาดีจังหวัดปราจีนบุรี เนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ ให้ ต่อมาเดือนธันวาคม 2529 จำเลยที่ 2 โอนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่กระทรวงการคลัง (เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) และเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2535 กระทรวงการคลังได้โอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) นั้น ให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อใช้ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินของโจทก์ที่ให้จำเลยที่ 2 เช่าทำนา การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์จึงมิชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยที่ 1 ผู้รับโอนไม่มีสิทธิใด

ๆ เหนือที่ดินของโจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโจทก์ทราบเหตุเมื่อเดือนเมษายน 2536 จึงแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอนาดีเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 เลขที่ดิน 30 ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์อีกต่อไปจำเลยที่ 1 ให้การว่า ในปี 2518 มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นของจำเลยที่ 2โดยชอบ ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 ตำบลสำพันตา อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีเป็นที่ดินคนละแปลงกับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179ของจำเลยที่ 2 ซึ่งขายให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินดังกล่าวโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิโดยชอบแล้ว จำเลยที่ จึงมีสิทธิครอบครองที่ดิน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งแม้ฟังว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 จะเป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 ดังที่โจทก์อ้างแต่จำเลยที่ 2 ได้เข้าครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลากว่าสิบปีจึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า เดิมที่ดินตามฟ้องเป็นที่ดินมือเปล่าไม่มีหลักฐานสำคัญสำหรับที่ดิน มีนายสารีหรือสาลี กองขันธ์ บิดาสามีจำเลยที่ 2 เป็นผู้จับจองทำประโยชน์มานานกว่า 60 ปีเศษ เมื่อจำเลยที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยกับนายสุวรรณ กองขันธ์ เมื่อปี 2516 นายสารีหรือสาลีจึงยกที่ดินแปลงนี้ให้จำเลยที่ 2 และสามีครอบครองทำกินสืบต่อมา โดยจำเลยที่ 2 ยื่นเรื่องราวขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 1179 โดยสุจริตและเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตและปิดประกาศคำร้องของจำเลยที่ 2 ตามขั้นตอนและระเบียบของทางราชการทุกประการ

โจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านกระบวนการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2ไม่เคยเช่าที่ดินจากโจทก์ การขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินถูกต้องชอบด้วยกฎหมายปัจจุบันจำเลยที่ 2 ยังคงอยู่ในที่ดินโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าจากจำเลยที่ 1ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 1179 เลขที่ดิน 30 ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันรับฟังได้ว่า โจทก์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 ตำบลสำพันตาอำเภอกบินทร์บุรี (อำเภอนาดี) จังหวัดปราจีนบุรี เนื้อที่ 26 ไร่ 1 งาน 62 ตารางวา ตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.2 จำเลยที่ 2 ครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรีเนื้อที่ 25 ไร่ ตามสำเนาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เอกสารหมาย จ.7หรือ ล.2 และที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่กิ่งอำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรีและอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน

พ.ศ. 2518 เอกสารหมาย ล.1 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกมีว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 เอกสารหมาย ล.2 ออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์เบิกความประกอบสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ 2975 เอกสารหมาย จ.2 ว่า เดิมนายนิเวศน์หรือนิเวสน์ เจริญลาภ บิดาโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 เมื่อนายนิเวศน์หรือนิเวสน์ถึงแก่ความตายที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 เป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์ระหว่างนายนิเวศน์หรือนิเวสน์ยังมีชีวิตอยู่นายสารีหรือสาลีบิดาสามีจำเลยที่ 2 เช่าที่นาโฉนดเลขที่ 2975 ทำนา เมื่อบิดาสามีจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย นายสุวรรณ กองขันธ์ สามีจำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าสืบต่อมา เดือนเมษายน 2536 โจทก์ร้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอนาดีรังวัดสอบเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 จึงทราบว่าจำเลยที่ 2 ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

เลขที่ 1179 ตามเอกสารหมาย ล.2 ทับที่ดินของโจทก์ และโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยที่ 1 ถามค้านว่า เปรียบเทียบรูปแผนที่ที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 กับรูปแผนที่ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 แล้ว เห็นว่าเหมือนกัน เจ้าพนักงานที่ดินผู้รังวัดแจ้งว่าหมุดหลักเขตที่ดินตรงกัน นายสุทิน เป้านา พนักงานรังวัดสำนักงานที่ดินจังหวัดปราจีนบุรี สาขากบินทร์บุรี เบิกความเป็นพยานโจทก์สนับสนุนคำเบิกความโจทก์ว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2515 นายนิเวศน์หรือนิเวสน์บิดาโจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินสำรวจที่ดินเพื่อออกโฉนดที่ดินเลขที่ 2975 ตามใบไต่สวนเอกสารหมาย จ.18 วันที่ 5 มีนาคม 2536 โจทก์นำนายสุทินรังวัดที่ดินอีกครั้งจึงทราบว่ามีผู้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

ทับที่ดินของโจทก์ได้พิจารณาสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ 2975 เปรียบเทียบกับสำเนาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 1179 แล้วปรากฏว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกโฉนดที่ดินเลขที่ 2975 แก่นายนิเวศน์หรือนิเวสน์บิดาโจทก์เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2516 ก่อนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 ซึ่งออกให้แก่จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์2529 ถึง 12 ปีเศษ และรูปแผนที่ในโฉนดที่ดินเลขที่ 2975 กับรูปแผนที่ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 มีรูปแบบ ขนาดและลักษณะเดียวกันหันไปในทิศเดียวกัน หลักหมุดแสดงแนวเขตที่ดินก็สอดคล้องตรงกันโดยไม่ผิดเพี้ยนทั้งยังอยู่ในตำบล อำเภอ และจังหวัดเดียวกัน

เห็นว่าจะมีที่ดิน 2 แปลง ที่เหมือนกันดังกล่าว คงเป็นไปไม่ได้นอกเสียจากจะเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 1179 เป็นที่ดินคนละแปลงกัน แต่ชั้นพิจารณาจำเลยที่ 1 มิได้นำสืบพยานให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบกับจำเลยที่ 1 มิได้ฎีกาโต้แย้งให้เป็นประเด็นไว้ เช่นนี้ต้องรับฟังว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน พฤติการณ์แห่งคดีบ่งชี้ว่าจำเลยที่ 2นำที่ดินของโจทก์ไปดำเนินการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) โดยไม่มีอำนาจ แม้เจ้าพนักงานที่ดินจะหลงเชื่อคำกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 2 จับจองที่ดินอยู่ก่อนและออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

เลขที่ 1179 ตามเอกสารหมาย ล.2แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ก็ไม่มีสิทธิใด ๆ เหนือที่ดินของโจทก์เพราะกระบวนการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 ที่ทับซ้อนโฉนดที่ดินของโจทก์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์มีอำนาจฟ้องขอเพิกถอนเสียได้ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 จัดซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1179 จากจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2514 จำเลยที่ 1จึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินตามมาตรา 36 ทวิ ประกอบมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันนี้นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 มิใช่เจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

เลขที่ 1179 ดังที่ได้วินิจฉัยไว้ข้างต้น จำเลยที่ 1 จัดซื้อที่ดินจากผู้ที่มิใช่เจ้าของ จำเลยที่ 1 ย่อมไม่มีสิทธิเหนือที่ดินนั้นเช่นเดียวกัน และการกระทำอันเกี่ยวกับการจดทะเบียนโอนสิทธิตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 1179 ซึ่งไม่มีผลตามกฎหมาย จึงตกเป็นอันเสียเปล่า จำเลยที่ 1 จะกล่าวอ้างการกระทำอันมิชอบเช่นนั้นว่าเป็นการจัดซื้อที่ดินตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มิได้ ประเด็นอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุเทพ เจตนาการณ์กุล · กำพล ภู่สุดแสวง · วิชัย วิวิตเสวี
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7275/2560

แม้ที่ดินพิพาทจะอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินในท้องที่อำเภอบ้านแพง แต่หากในเขตปฏิรูปที่ดินมีที่ดินของเจ้าของที่ดินผู้มีสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินอยู่ก่อนแล้ว รัฐจะนำที่ดินน…

Supreme Court Judgment No. 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

Supreme Court Judgment No. 3233/2563

ที่ดินพิพาทแปลงที่สามที่โจทก์และจำเลยกล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิครอบครองเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมยังไม่ได้ออกเอกสารสิทธิ (ส.ป.ก. 4 - 01) ให้แก่…

Supreme Court Judgment No. 4455/2562

ที่ดินพิพาททั้งห้าแปลงตั้งอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2506 การเข้ายึดถือครอบครองที่ดินพิพาททั้งห้าแปลงจึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ ที่จะใช้ยันรัฐได้ การขออนุญาตเข้าจับจอง…

Supreme Court Judgment No. 2328/2561

ที่ดินพิพาทที่โจทก์และจำเลยทั้งสี่กล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิครอบครองเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมยังไม่ได้ออกเอกสารสิทธิ (ส.ป.ก. 4 - 01) ให้แก่ผู้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up