Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2511 (ref. 39458)

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวหาจำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 โดยระบุชื่อผู้เสียหายมาในฟ้อง และราษฎรผู้มีชื่ออีกหลายคนถือว่าเข้าองค์ประกอบเป็นฟ้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 แล้วฎีกาจำเลยในปัญหาดุลพินิจของศาลในการชั่งน้ำหนักคำพยานเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแม้การหลอกลวงของจำเลยจะเป็นเรื่องที่ยังต้องดำเนินการต่อไปข้างหน้าแต่ก็ได้เริ่มขึ้นแล้วโดยการแสดงโครงการออกโฆษณาต่อประชาชนอันเป็นความเท็จ ซึ่งเชื่อมโยงต่อขั้นที่จะดำเนินการต่อไปดังนี้ การกระทำของจำเลยถือว่าเป็นความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว

เนื้อความคำพิพากษา

คดี 2 สำนวน ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันโดยโจทก์ฟ้องนายปรารภจำเลยในสำนวนแรกและนายปรารภกับนายสัมฤทธิ์ในสำนวนหลังกล่าวหาว่าจำเลยได้วางแผนฉ้อโกงประชาชนโดยวางโครงการออกโฆษณาหลอกลวงผู้มีชื่อตามฟ้อง และราษฎรอีกหลายคนชักชวนให้เสียค่าสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มการเกษตรกึ่งอุตสาหกรรม ซึ่งจำเลยจะขออนุญาตทางการจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการจัดสรรที่ดินแก่ราษฎรให้เป็นที่ทำกินเป็นเหตุให้ราษฎรพากันหลงเชื่อและมอบเงินค่าสมัครแก่จำเลย ซึ่งความจริงที่ดินที่อ้างว่าจะจัดสรรเป็นป่าสงวนทั้งมิได้มีการขอจัดตั้งตามโครงการที่โฆษณาไว้อันเป็นข้อความเท็จ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 83 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์

ริบของกลางและนับโทษนายปรารภจำเลยต่อจากคดีดำที่ 638/2510จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นฟังว่า นายปรารภจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ส่วนนายสัมฤทธิ์ฟังไม่ได้ว่าร่วมกับนายปรารภจำเลย พิพากษาว่านายปรารภจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ให้จำคุก 3 ปี คำรับจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 2 ปี ยกคำขอให้นับโทษต่อเพราะคดีดังกล่าวศาลให้รอการลงโทษไว้ริบของกลาง ส่วนนายสัมฤทธิ์จำเลยให้ยกฟ้องนายปรารภจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับแต่เฉพาะฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องเคลือบคลุม โดยบรรยายฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343เพราะมิได้กล่าวหาว่าหลอกลวงต่อประชาชนทั่วไป ว่าการที่โจทก์บรรยายฟ้อง

ระบุว่าจำเลยทำการหลอกลวงผู้มีชื่อตามฟ้องและราษฎรผู้มีชื่ออีกหลายคน ถือได้ว่าเป็นฟ้องกล่าวหาครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 แล้วและเมื่อความผิดตามมาตรา 343 มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวพนักงานสอบสวนย่อมทำการสอบสวนได้ โดยไม่จำต้องมีคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 ส่วนฎีกาในข้อที่ว่าโจทก์ไม่มีผู้เสียหายมาสืบ คงมีแต่พยานอื่นซึ่งเป็นพยานออกความเห็นรับฟังไม่ได้นั้นเท่ากับฎีกาในเรื่องดุลพินิจของศาลในการชั่งน้ำหนักพยาน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งเมื่อต้องห้ามฎีกา ก็ไม่จำต้องวินิจฉัย ส่วนในฎีกาข้อที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นเรื่องเหตุการณ์ในอนาคตข้างหน้า จึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงนั้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยได้มีขึ้นแล้วตามโครงการโฆษณาที่จำเลยทำขึ้นแสดงต่อประชาชนอันเป็นข้อความเท็จซึ่งเชื่อมโยงกับที่จำเลยจะดำเนินการต่อไป กรณีถือว่าเป็นการหลอกลวง เข้าลักษณะความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งหมดฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
จำรูญ โชติรัต · อดุล รัตนปิณฑะ · ปันโน สุขทรรศนีย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up