Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3861/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สิทธิของผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่ห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง นั้น ต้องเป็นการได้สิทธิในที่ดินที่ได้จดทะเบียนแล้ว และสิทธิที่ได้นั้นต้องเกิดจากเอกสารสิทธิของที่ดินที่ออกโดยชอบ เมื่อการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในส่วนที่ดินพิพาทไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จะอ้างสิทธิที่จะเกิดจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ส่วนที่ออกโดยไม่ชอบดังกล่าวหาได้ไม่ กรณีเช่นนี้ไม่อยู่ในบังคับของ ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 2,920,518.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินบางส่วนตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ที่โจทก์นำยึดเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นของผู้ร้อง โดยผู้ร้องซื้อที่ดินส่วนดังกล่าวมาจากนายคำ นางเบา และได้ปลูกสร้างบ้านในที่ดินที่ซื้อมา ต่อมานางทองอินทร์ บุตรของนายคำกับนางเบานำที่ดินแปลงใหญ่ทั้งแปลงไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แบ่งขายให้จำเลย ขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาทที่โจทก์นำยึด

โจทก์ให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของทรัพย์พิพาทที่โจทก์นำยึด ขอให้ยกคำร้อง

จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทมาจากนางทองอินทร์ ทายาทของนายคำ นางเบา จำเลยเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวทั้งแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึดเฉพาะส่วนบริเวณที่ดินพิพาท ตามเส้นกรอบสีเขียวเนื้อที่ 1 ไร่ 9 ตารางวา ตามเอกสารหมาย ร.จ.1 กับโจทก์และจำเลยร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ผู้ร้องและจำเลยไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "...ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้องหรือไม่ ผู้ร้องเบิกความว่า ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทมาจากนายคำ นางเบา โดยในขณะนั้นผู้ร้องมีอายุประมาณ 20 ปีเศษ นับถึงปัจจุบันเป็นเวลาประมาณ 50 ปีแล้ว หลังจากผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทได้ประมาณ 1 เดือนก็ปลูกบ้านและทำเป็นร้านค้า โดยผู้ร้องมีนายเลี้ยง ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ที่ดินพิพาทและนายประเทือง กำนันตำบลสะแกซำ และเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 เป็นพยานเบิกความสนับสนุนทำนองเดียวกัน เห็นว่า นายเลี้ยงเป็นคนในท้องที่อาศัยอยู่ใกล้ที่ดินพิพาท ขณะเบิกความมีอายุ 77 ปี ย่อมอยู่ในฐานะที่จะทราบประวัติความเป็นมาของที่ดินพิพาทโดยไม่มีข้อน่าสงสัย

ส่วนนายประเทืองเบิกความยืนยันว่า ระหว่างที่พยานดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน นายคำกับนางเบาได้มาแจ้งสำรวจผู้เสียภาษี พยานจึงทราบเรื่องที่นายคำกับนางเบาขายที่ดินพิพาทให้ผู้ร้อง ซึ่งในข้อนี้ผู้ร้องมีใบเสร็จภาษีโรงเรือนและที่ดินรวมทั้งใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเจ้าของเป็นส่วนสัดของตนต่างหาก พยานหลักฐานของผู้ร้องจึงสอดคล้องกันสมเหตุผลมีน้ำหนัก ส่วนพยานหลักฐานของโจทก์นั้นโจทก์คงมีจำเลยเบิกความเป็นพยานว่าจำเลยซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 56 จากนางทองอินทร์ซึ่งเป็นบุตรของนายคำกับนางเบา เมื่อปี 2528 โดยนางทองอินทร์บอกจำเลยว่า

ผู้ร้องอยู่ในที่ดินพิพาทในฐานะผู้อาศัย จำเลยจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่า ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยลำพัง ประกอบกับจำเลยจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 56 ไว้แก่โจทก์ โดยมีข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองว่า หากบังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ จำเลยยอมรับผิดใช้เงินที่ขาดจนครบถ้วน จำเลยจึงมีส่วนได้เสียในคดีร้องขัดทรัพย์นี้โดยตรง พยานหลักฐานของผู้ร้องมีน้ำหนักในการรับฟังมากกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าจากนายคำ นางเบา ผู้เป็นเจ้าของ เมื่อนายคำ นางเบาสละเจตนาครอบครองที่ดินพิพาทและโอนการครอบครองโดยส่งมอบที่ดินพิพาทแก่ผู้ร้อง และผู้ร้องเข้าครอบครองโดยเจตนายึดถือเพื่อตนแล้วการครอบครองที่ดินพิพาทของนายคำ

นางเบาจึงสิ้นสุดลง ผู้ร้องย่อมได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367, 1377 และ 1378 ที่ดินพิพาทจึงเป็นของผู้ร้อง ที่โจทก์ฎีกาต่อมาว่า โจทก์เป็นบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนรับจำนองโดยถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง นั้น เห็นว่า เมื่อนายคำ นางเบาไม่ใช่เจ้าของที่ดินพิพาทแล้ว ดังนี้ นางทองอินทร์ผู้เป็นทายาทของนายคำกับนางเบาจึงไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นของตน และไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปขายให้แก่จำเลยแม้จำเลยจะมีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในฐานะผู้รับโอน

ก็ไม่ทำให้จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยหามีสิทธินำที่ดินพิพาทไปจำนองแก่โจทก์ไม่ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 705 การจำนองจึงไม่มีผล โดยไม่ต้องคำนึงว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับจำนองสุจริตหรือไม่ เพราะสิทธิของผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่ห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง นั้น ต้องเป็นการได้สิทธิในที่ดินที่ได้จดทะเบียนแล้ว และสิทธิที่ได้นั้นต้องเกิดจากเอกสารสิทธิของที่ดินที่ออกโดยชอบ เมื่อการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในส่วนที่ดินพิพาทไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จะอ้างสิทธิที่เกิดจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ส่วนที่ออกโดยไม่ชอบดังกล่าวหาได้ไม่ กรณีเช่นนี้ไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อิศเรศ ชัยรัตน์ · มนตรี ยอดปัญญา · มานัส เหลืองประเสริฐ
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6229/2549

อ. ขายที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินทีมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่โจทก์โดยทำเป็นหนังสือแต่ไม่ได้จดทะเบียนโอนสิทธิกันต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ อ. ได้สละเจตนาครอบครองที่ดินพิพาทและโอนการครอบครองโดยส่งม…

Supreme Court Judgment No. 7149/2538

จำเลยขายที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ผู้ร้องโดยไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนโอนสิทธิกันตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา4ทวิแต่การที่ผู้ร้องได้รับการครอบครองแล้วผู้ร้องย่อมได้…

Supreme Court Judgment No. 6535/2537

ในชั้นพิจารณาร้องขอกันส่วนคดีนี้ ผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ได้เข้าเบิกความในฐานะพยานของผู้ร้องทั้งสี่และเบิกความยืนยันว่าผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ได้เบิกความเป็นพยานไว้ในคดีที่ผู้ร้องที่ 1 ร้องขัด…

Supreme Court Judgment No. 3430/2536

มีคนร้ายลักโฉนดที่ดินพิพาทไปจาก ส. ผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์แล้วปลอมลายพิมพ์นิ้วมือของ ส. ในหนังสือมอบอำนาจ และใช้หนังสือมอบอำนาจปลอมนั้นไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินต่อกันมาเป็นทอด ๆน. เป็นผู้รับโอนที่ดินพิพา…

Supreme Court Judgment No. 900/2568

แม้จะถือว่าสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิเป็นทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ และสามารถโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นได้โดยการส่งมอบการครอบครอง แต่การโอนไปซ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up