คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ผลิตไปฉายเรโอแวค ได้ส่งเข้ามาขายในประเทศไทยกว่า ๑๐ ปีแล้ว เมื่อ ๕-๖ ปีมานี้ โจทก์ได้ประดิษฐ์ไฟฉายขึ้นแบบหนึ่งอันมีลักษณะรูปรอยประดิษฐ์โดยเฉพาะของโจทก์และได้ใช้ตลอดมา เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๐๖ จำเลยได้ผลิตไฟฉายขึ้นจำหน่ายโดยนำเอาลักษณะ รูปและรอยประดิษฐ์ของโจทก์ซึ่งใช้กับไฟฉายเรโอแวคไปใช้กับไฟฉายของจำเลยซึ่งใช้ชื่อว่าไพล๊อต ด้วยเจตนาจะให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นไฟฉายของโจทก์ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย จึงขอให้ศาลห้ามจำเลยมิให้ผลิตและจำหน่ายไฟฉายของจำเลย ขอให้ทำลายและใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การว่า ไฟฉายของจำเลยมิได้เลียนแบบของโจทก์ จำเลยไม่มีเจตนาให้ผู้ใช้หลงเชื่อว่าเป็นไฟฉายของโจทก์ จำเลยได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยไว้แล้ว จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จะเป็นละเมิดนั้น ต้องเป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายต่อสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ตามกฎหมาย โจทก์อ้างว่ามีประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๒(๑) บัญญัติคุ้มครองสิทธินี้ไว้ แต่ศาลฎีกาเห็นว่า บทบัญญัตินี้เป็นเรื่องเครื่องหมายของสินค้าเท่านั้น เพราะชื่อหรือข้อความในการประกอบการค้าจะแปลว่าเป็นแบบของวัตถุที่ผลิตเป็นสินค้านั้นไม่ได้ ส่วนรอยประดิษฐ์ก็เป็นแต่ลวดลายของเครื่องหมาย รูปนั้นก็คือภาพเขียน ภาพถ่ายของบุคคลหรือสถานที่หรือสิ่งอื่นที่ใช้ให้ปรากฏที่สินค้าเพื่อให้เป็นที่สังเกตุว่าเป็นสินค้าของตน หาใช่รูปทรง ลวดลายของสิ่งผลิตไม่ มาตรา ๒๗๒(๑) แห่งประมวลกฎหมายอาญา จึงมิใช่บทบัญญัติห้ามการผลิตวัตถุอันเป็นสินค้ามิให้ซ้ำกัน หรือมีแบบมีรูปอย่างเดียวกัน เมื่อไม่มีกฎหมายคุ้มครองประโยชน์ที่โจทก์ต้องการ จึงไม่เป็นสิทธิที่มีตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยหาเป็นการละเมิดต่อโจทก์ไม่
Result
พิพากษายืน