คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 มาตรา 5 คณะกรรมการของโจทก์ได้ประชุมมีมติให้นายบุญญาประธานกรรมการดำเนินคดีนี้ โจทก์ได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินของโจทก์ต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินดังกล่าว ได้ขัดขวางโต้แย้งการขอออกโฉนดที่ดินเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ขอให้ห้ามจำเลยขัดขวางการออกโฉนดที่ดินนั้นหากจำเลยขัดขวางให้ถือคำพิพากษาของศาลแสดงการเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่ดินว่างเปล่าและปลูกเรือนมาประมาณ 17 - 18 ปี โจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดรุกล้ำที่ดินที่จำเลยครอบครอง จำเลยจึงคัดค้าน ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม การฟ้องต้องให้คณะกรรมการไม่น้อยกว่าครึ่งของคณะกรรมการทั้งหมดมอบอำนาจให้ฟ้องไม่ใช่โจทก์ใช้สิทธิโดยหน้าที่ประธานกรรมการมาฟ้อง
ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ห้ามจำเลยขัดขวางการออกโฉนดที่ดินของโจทก์ หากขัดขวางให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแสดงเจตนาของจำเลยไม่ขัดขวางจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาเรื่องฟ้องเคลือบคลุมตามที่จำเลยให้การต่อสู้นั้น ศาลชั้นต้นไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านหรือโต้เถียงเป็นประเด็นในคำแก้อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์ก็มิได้ยกขึ้นวินิจฉัย จำเลยจะยกเป็นข้อฎีกาหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องนั้น ได้ความว่ากรรมการมัสยิดโจทก์11 คน ซึ่งเป็นเสียงข้างมากได้ประชุมลงมติให้มัสยิดฟ้องคดีนี้ โดยให้นายบุญญาประธานกรรมการมีอำนาจดำเนินคดีแทนมัสยิด ดังนั้นกรรมการมัสยิดที่ลงมติให้ฟ้อง หามีความจำเป็นต้องทำหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีอีกไม่ เพราะตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2590 มาตรา 7, 9ให้กรรมการมัสยิดมีหน้าที่จัดการทั่วไปในกิจการและทรัพย์สินของมัสยิดในการดำเนินงานของคณะกรรมการมัสยิดให้เป็นไปตามเสียงข้างมากการฟ้องคดีก็เป็นการจัดการทรัพย์สินของมัสยิดอย่างหนึ่ง เมื่อกรรมการมัสยิดเสียงข้างมากมีมติให้ประธานกรรมการฟ้องคดีนี้
นายบุญญาประธานกรรมการมัสยิดโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีแทนมัสยิดโจทก์ได้แล้วฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่า จำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ห้ามจำเลยขัดขวางการขอออกโฉนดที่พิพาทของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่จะให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาของจำเลยว่า ไม่ขัดขวางไม่ได้ เพราะไม่ใช่กรณีที่ศาลบังคับจำเลยให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งพิพากษายืน แต่ไม่ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย