Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3855/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องบังคับจำนองแก่จำเลยที่ 2 ผู้จำนองที่ดินไว้กับโจทก์เพื่อเป็นประกันความเสียหายอันเกิดขึ้นแก่โจทก์ผู้รับจำนองจากการกระทำของจำเลยที่ 1 คดีจึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยในศาลชั้นต้นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคือมีสิทธิบังคับจำนองแก่จำเลยที่ 2 ได้หรือไม่การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้ฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่งแต่ก็หาตัดสิทธิโจทก์ในฐานะผู้รับจำนองที่จะบังคับชำระหนี้อันเกิดจากความเสียหายที่จำเลยที่ 1 ก่อขึ้นตามสัญญาจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 189(เดิม) และมาตรา 745ไม่นั้น เป็นการวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิบังคับจำเลยแก่จำเลยที่ 2ได้ จึงไม่เป็นการวินิจฉัยในประเด็นที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นแต่อย่างใด จำเลยที่ 2 ได้นำที่ดินตามฟ้องของจำเลยที่ 2 มาจำนองเป็นประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ไว้แก่โจทก์ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินและสัญญาว่าหากจำเลยที่ 1 ก่อความเสียหายขึ้นแก่โจทก์ จำเลยที่ 2ยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในวงเงินไม่เกิน 60,000 บาทจำเลยที่ 2 จึงมิใช่มีฐานะเป็นเพียงผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 เท่านั้นแต่เป็นผู้จำนองที่ดินตามฟ้องไว้แก่โจทก์เพื่อประกันหนี้ที่จำเลยที่ 1 อาจก่อให้เกิดขึ้นแก่โจทก์ด้วย ดังนั้นโจทก์ในฐานะผู้รับจำนองจึงมีสิทธิที่จะบังคับชำระหนี้นั้นจากทรัพย์สินที่จำนอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 189(เดิม)(มาตรา 193/27 ใหม่)และมาตรา 745 ได้ไม่ว่าหนี้ที่ค้ำประกันนั้นจะขาดอายุความหรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1ด้วยการทำสัญญารับสภาพหนี้โดยจำเลยที่ 2 มิได้ร่วมรู้เห็นยินยอมด้วย จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันจึงหลุดพ้นความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 ทั้งถือได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้แปลงหนี้ใหม่ โดยจำเลยที่ 2 ไม่รู้เห็นหรือยินยอมด้วยจำเลยที่ 2 จึงหลุดพ้นความรับผิด ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้เป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของโจทก์ มีหน้าที่รับเงินออกใบเสร็จรับเงิน ตัดบัญชีและนำเงินที่สมาชิกของโจทก์นำมาชำระฝากธนาคาร โดยต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและคำสั่งของโจทก์หรือบุคคลที่โจทก์มอบหมายทั้งต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายอันเกิดขึ้นแก่โจทก์เนื่องจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ด้วยในการนี้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ โดยจำนองที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1261 ของจำเลยที่ 2 เป็นประกันหนี้ในวงเงินไม่เกิน 60,000 บาท ไว้กับโจทก์ ระหว่างวันที่ 22กรกฎาคม 2521 ถึงวันที่ 26 มีนาคม 2527 จำเลยที่ 1 ได้รับเงินค่าหุ้นจากสมาชิกของโจทก์เป็นเงิน 139,074.43 บาท จำเลยที่ 1ได้กระทำการทุจริตเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตน

ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินชดใช้ค่าเสียหายแทนจำเลยที่ 1 และไถ่ถอนจำนองแล้วจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน139,074.43 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จหากจำเลยทั้งสองไม่ชำระ ขอให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2ออกขายทอดตลาด นำเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์ด้วยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้ยักยอกเงินของโจทก์ตามฟ้อง หากฟังว่าจำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1ยักยอกเงินไปไม่เกิน 1,000 บาท จำเลยที่ 1 ทำสัญญาตกลงยอมใช้ค่าเสียหายให้โจทก์แล้วจึงต้องบังคับกันตามที่ตกลงนั้น โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายโดยอาศัยมูลหนี้เดิมอีก จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 หลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญาประกันตามมูลหนี้เดิมแล้ว

โจทก์ฟ้องคดีเมื่อเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์ได้รู้หรือควรได้รู้การกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 139,074.43 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องจำเลยที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกันกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 5 ปี หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ ก็ให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นข้อแรกว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าแม้หนี้ในมูลละเมิดระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 ขาดอายุความแล้ว แต่ให้บังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์จำนองโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ในฐานะผู้รับจำนองที่จะบังคับชำระหนี้อันเกิดจากความเสียหายที่จำเลยที่ 1ก่อขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 189 (ก่อนแก้ไข) และมาตรา 745 นั้น เป็นการวินิจฉัยประเด็นที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น อันเป็นการไม่ชอบหรือไม่ ในปัญหานี้ เห็นว่าโจทก์ฟ้องบังคับจำนองแก่จำเลยที่ 2 ผู้จำนองที่ดินไว้กับโจทก์เพื่อเป็นประกันความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นแก่โจทก์ผู้รับจำนองจากการกระทำของจำเลยที่ 1 คดีจึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยในศาลชั้นต้นว่า

โจทก์มีอำนาจฟ้องคือมีสิทธิบังคับจำนองแก่จำเลยที่ 2 ได้หรือไม่การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า แม้ฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448วรรคหนึ่งแล้ว แต่ก็หาตัดสิทธิโจทก์ในฐานะผู้รับจำนองที่จะบังคับชำระหนี้อันเกิดจากความเสียหายที่จำเลยที่ 1 ก่อขึ้นตามสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 จากจำเลยที่ 2 ผู้จำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 189 (ก่อนแก้ไข) และมาตรา 745 ไม่นั้นเป็นการวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิบังคับจำนองแก่จำเลยที่ 2 ได้ จึงไม่เป็นการวินิจฉัยในประเด็นที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นแต่อย่างใดที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษาว่าแม้คำฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 จะขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง แต่ก็ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะบังคับจำนองเอาชำระหนี้อันเกิดจากความเสียหายที่จำเลยที่ 1 ก่อขึ้น เป็นการไม่ชอบ เพราะจำเลยที่ 2 มีฐานะเป็นเพียงผู้ค้ำประกันนั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติแล้วว่าจำเลยที่ 2 ได้นำที่ดินตามฟ้องของจำเลยที่ 2 มาจำนองเป็นประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ไว้แก่โจทก์ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินและสัญญาว่าหากจำเลยที่ 1 ก่อความเสียหายขึ้นแก่โจทก์จำเลยที่ 2ยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในวงเงินไม่เกิน 60,000 บาทจำเลยที่ 2 จึงมิใช่มีฐานะเป็นเพียงผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 เท่านั้นแต่เป็นผู้จำนองที่ดินตามฟ้องไว้แก่โจทก์เพื่อประกันหนี้ที่จำเลยที่ 1 อาจก่อให้เกิดขึ้นแก่โจทก์ด้วย ดังนั้น โจทก์ในฐานะผู้รับจำนองจึงมีสิทธิที่จะบังคับชำระหนี้นั้นจากทรัพย์สินที่จำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 189 เดิม (มาตรา 193/27 ใหม่)และมาตรา 745 ได้ ไม่ว่าหนี้ที่ค้ำประกันนั้นจะขาดอายุความหรือไม่ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 ด้วยการทำสัญญารับสภาพหนี้ โดยจำเลยที่ 2 มิได้ร่วมรู้เห็นหรือยินยอมด้วยจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันจึงหลุดพ้นความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 ทั้งถือได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้แปลงหนี้ใหม่ตามเอกสารดังกล่าว โดยจำเลยที่ 2 ไม่รู้เห็นหรือยินยอมด้วย จำเลยที่ 2 จึงหลุดพ้นความรับผิดนั้นฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้เป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ยงยุทธ ธารีสาร · สมศักดิ์ วิธุรัติ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 46/2538

ตามสัญญาทรัสต์รีซีททั้ง4ฉบับข้อ6กำหนดไว้ว่าจำเลยที่1ยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ18ต่อปีในจำนวนเงินที่คำนวณแล้วว่าต้องชำระแก่โจทก์โดยเริ่มนับจากวันทำสัญญานี้จนถึงวันที่โจทก์ได้รับเงินครบถ้วน…

Supreme Court Judgment No. 3347/2529

ปัญหาว่า โจทก์ผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้จำเลยที่ 1 ทำให้ผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 3 หลุดพ้นจากความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 แม้สัญญาค้ำประกันจะมีข้อความให้ถือว่าจำเลยที่ 3 รู้เห็นยินยอมด้วยใ…

Supreme Court Judgment No. 892/2486

สัญญาค้ำประกันไม่จำต้องระบุสถานที่ทำและไม่ต้องมีชื่อพยานและผู้เขียน ค้ำประกันหนี้ไนอนาคตและไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ เจ้าหนี้ผ่อนไห้ลูกหนี้ชำระเปนงวด ๆ และไห้หาประกันมาไหม่อีกได้ไม่ทำไห้ผู้ค้ำประกันเดิมห…

Supreme Court Judgment No. 314/2567

ผู้รับจำนองซึ่งทรงทรัพยสิทธิจำนองย่อมมีสิทธิบังคับจำนองแม้หนี้ที่ประกันหรือสิทธิเรียกร้องส่วนที่เป็นประธานจะขาดอายุความ เพียงแต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกินกว่าห้าปีไม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/2…

Supreme Court Judgment No. 1048/2562

แม้ฟ้องโจทก์ระบุชื่อโจทก์ว่า ฉ. ที่ถึงแก่ความตายไปแล้วซึ่งไม่มีสภาพบุคคล ที่ถูกต้องระบุชื่อคู่ความว่า ล. ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ฉ. โจทก์ก็ตาม แต่การบรรยายฟ้องเมื่ออ่านแล้วเป็นที่เห็นได้ว่า ล. ในฐานะผู…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up