Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 384/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ที่เกิดเหตุเป็นห้องตัดผม ซึ่งมีผู้คนเข้าออกวันหนึ่ง ๆเป็นจำนวนหลายคน ลิ้นชักที่พยานโจทก์พบเฮโรอีนก็เป็นลิ้นชักที่ไม่ได้ล็อก กุญแจ ช่างตัดผมหรือคนตัดผมคนหนึ่งคนใดนำเข้าไปซ่อนไว้ก็อาจทำได้ กุญแจสำหรับเปิดลิ้นชักใส่เครื่องมือตัดผมก็มิได้มีแต่ของที่จำเลยถือเท่านั้น ส่วนกลางก็มีอีก 1 ชุด ซึ่งบุคคลอื่นก็อาจเปิดห้องตัดผมได้ ไม่ใช่มีเพียงจำเลยเท่านั้นเมื่อสภาพที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ที่หลายคนเข้าออกได้ก็เป็นการไม่แน่นอนลงไปว่า เฮโรอีนเป็นของจำเลยเท่านั้น อาจเป็นของบุคคลอื่นก็ได้ คดียังเป็นที่สงสัยตามสมควร ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย.

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 67 ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ พ.ศ.2522 Section 67 ป.วิ.อ. Section 227

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2531 เวลากลางวันในขณะที่จำเลยเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยถูกจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7325/2530 ของศาลชั้นต้น จำเลยบังอาจมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528และตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522ข้อ 1(1) ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจำเลยทราบประกาศนี้แล้วจำนวน 1 ห่อ น้ำหนัก 0.03 กรัม ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ที่จำเลยมีไว้ดังกล่าวเป็นของกลาง

เหตุเกิดที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 7325/2530 ของศาลชั้นต้นซึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมีกำหนด 3 ปี 9 เดือน ฐานลักทรัพย์เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2530 ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และจำเลยได้กระทำความผิดในคดีก่อนนั้นภายหลังวันที่6 เมษายน 2525 ในขณะที่มีอายุเกินกว่า 17 ปี และระหว่างต้องรับโทษคดีดังกล่าว จำเลยกลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 67, 102พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522)

เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522ลงวันที่ 17 กันยายน 2522 ข้อ 1(1) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92ริบเฮโรอีนของกลาง ให้เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย และนับโทษจำคุกของจำเลยต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 7325/2530 ของศาลชั้นต้นด้วยจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับกับจำเลยคดีหมายเลขแดงที่ 7325/2530 ของศาลชั้นต้น และกำลังรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 67, 102 ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92ให้จำคุก 2 ปี 8 เดือน ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม

ลดโทษหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 7325/2530 ของศาลชั้นต้นริบเฮโรอีนของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ เฮโรอีนของกลางมีไว้เป็นความผิดจึงให้ริบโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า จำเลยเป็นผู้ต้องขังคดีความผิดฐานลักทรัพย์ตามสำเนาหมายจำคุกเอกสารหมาย จ.6ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายจรูญ ไทรงาม และนายประคอง เรือนอยู่ เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมดูแลผู้ต้องขังแดน 5 เรือนจำแห่งนี้ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2531 เวลาประมาณ7 นาฬิกา นายจรูญ นายประคอง ได้เข้าทำการตรวจค้นห้องตัดผมที่แดน 5ซึ่งจำเลยทำหน้าที่เป็นช่างตัดผมถือกุญแจลิ้นชักเก็บรักษาดูแลเครื่องมือตัดผม

ห้องแต่งผมดังกล่าวมีลิ้นชัก (ล๊อกเกอร์) 5 ลิ้นชักด้วยกัน ปิดใส่กุญแจทุกลิ้นชัก นายจรูญ นายประคอง จึงขอกุญแจจากจำเลยมาเปิดแล้วตรวจค้นก็พบผงสีขาวเป็นเฮโรอีนบรรจุในกระดาษห่อบุหรี่ 1 ห่อเล็ก และหลอดแก้วขนาดเล็กมีน้ำบรรจุอยู่จำนวน 2 หลอดอยู่ในลิ้นชักที่สองจึงยึดเป็นของกลาง และควบคุมจำเลยมาทำการสอบสวนจำเลยให้การรับว่าเฮโรอีนของกลางเป็นของจำเลยซื้อมาจากนอกแดนนำมาเก็บไว้เพื่อเสพ นายจรูญจึงจับกุมจำเลยแล้วทำบันทึกการจับกุมตามเอกสารหมาย จ.2 พร้อมกับยึดของกลาง ส่งมอบให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการต่อมาได้รับมอบอำนาจตามหนังสือเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครลงวันที่ 29 มกราคม 2531 เอกสารหมาย จ.3 ให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลย

ร้อยตำรวจเอกกฤษณ์ เทียบรัตน์พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ได้ทำการสอบสวนจำเลยส่งของกลางไปตรวจพิสูจน์ตามหนังสือบันทึกข้อความเอกสารหมาย จ.4ได้รับแจ้งผลการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์มีน้ำหนัก0.03 กรัม ตามรายงานการตรวจพิสูจน์เอกสารหมาย จ.1 สอบประวัติจำเลยแล้วได้รับแจ้งว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และลักทรัพย์ตามเอกสารหมาย จ.7จำเลยนำสืบว่า กุญแจลิ้นชักในห้องแต่งผมแดน 5 ที่เกิดเหตุมีสอบชุดด้วยกันชุดหนึ่งจำเลยเก็บรักษาไว้ ส่วนอีกชุดหนึ่งเก็บอยู่ที่ส่วนกลาง ในวันเกิดเหตุ ขณะที่จำเลยนั่งรับประทานอาหารอยู่กับเพื่อนอีก 2 คน ได้มีนักโทษชายธงไชย วิสุทธิเสน

มาขอกุญแจเพื่อจะไปเปิดลิ้นชักในห้องแต่งผม โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ให้มาเอาจำเลยจึงเดินไปถามเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แดน 5 เกี่ยวกับเรื่องกุญแจอีกชุดหนึ่งอยู่ที่ไหนแต่ได้รับคำตอบว่าไม่ทราบ จำเลยจึงมอบกุญแจให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปและได้บอกกับนักโทษชายธงไชยให้ช่วยเอากุญแจดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คืนจำเลยด้วยแล้วจำเลยก็กลับมารับประทานอาหารต่อ จนกระทั่งเวลาประมาณ 8 นาฬิกา หลังจากเคารพธงชาติแล้วได้มีนายจรูญ ไทรงาม เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ มาเรียกจำเลยไปพบที่ศาลาแดน เพื่อสอบถามเรื่องเฮโรอีนของกลาง จำเลยตอบว่าไม่ทราบ นายจรูญได้ร่างข้อความลงในเอกสารฉบับหนึ่งให้จำเลยเซ็นชื่อจำเลยไม่ยอมเซ็น นายจรูญจึงใช้ไม้ตีจำเลยพร้อมกับขู่ให้เซ็นชื่อมิฉะนั้นจะโดนตีมากกว่านี้

จำเลยกลัว จึงได้เซ็นชื่อตามเอกสารหมายจ.2 หลังจากนั้น จำเลยก็ถูกตีตรวนและนำไปขังซอย จำเลยมิได้กระทำผิดเฮโรอีนของกลางไม่ใช่ของจำเลย ห้องแต่งผมที่เกิดเหตุมีช่างตัดผม2 คน มีเครื่องมือตัดผม 3 ชุด มีลิ้นชักอยู่ที่เคาน์เตอร์ รวม5 ลิ้ชัก ลิ้นชักที่ 1, 3 และ 5 สำหรับเก็บเครื่องมือตัดผม ได้ล็อกกุญไจไว้ ส่วนลิ้นชักที่ 2 และที่ 4 ไม่ได้ล็อกกุญแจเนื่องจากใช้เป็นที่เก็บของไม่มีค่า เช่น ขัน สบู่ การตรวจค้นไม่ได้กระทำต่อหน้าจำเลยพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาว่าจำเลยได้กระทำผิดดังโจทก์ฟ้องหรือไม่ ปัญหานี้โจทก์มีพยานคือนายจรูญ ไทรงาม กับนายประคองเรือนอยู่ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเบิกความว่าได้ค้นพบเฮโรอีนซุกซ่อนไว้ในลิ้นชักห้องตัดผมซึ่งจำเลยเป็นหัวหน้าช่างตัดผมของเรือนจำ

ทำหน้าที่ควบคุมดูแลห้องตัดผมและถือกุญแจห้องดังกล่าว จำเลยนำสืบว่า กุญแจสำหรับเปิดลิ้นชักใส่เครื่องมือแต่งผมมี 2 ชุดด้วยกัน ชุดหนึ่งอยู่ที่ตัวจำเลย และชุดหนึ่งอยู่ที่ส่วนกลาง ห้องแต่ผมมีช่าง 2 คน มีเครื่องมือตัดผม3 ชุด มีลิ้นชักอยู่ที่เคาน์เตอร์รวม 5 ลิ้นชัก ลิ้นชักที่ 1, 3, 5เก็บเครื่องมือตักผม ลิ้นชักที่ 2, 4 สำหรับเก็บของไม่มีค่า ซึ่งสองลิ้นชักนี้ไม่ได้ล็อกกุญแจ ลิ้นชักที่ 1, 3, 5 ต้องล็อกกุญแจไว้เสมอ เนื่องจากเก็บรักษาเครื่องมือตัดผม ลักษณะของห้องตัดผมและลิ้นชักปรากฏตามเอกสารหมาย ล.1 คนตัดผมมีจำนวนมาก เฮโรอีนไม่ใช่ของจำเลย และพยานโจทก์ผู้ค้นพบเฮโรอีนมีเรื่องโกรธเคืองกับจำเลยเห็นว่า ที่เกิดเหตุเป็นห้องตัดผม ซึ่งมีผู้คนเข้าออกวันหนึ่ง

ๆเป็นจำนวนหลายคนลิ้นชักที่พยานโจทก์พบเฮโรอีนก็เป็นลิ้นชักหมายเลข 2ซึ่งจำเลยนำสืบว่าไม่ได้ล็อกกุญแจ ช่างตัดผมหรือคนตัดผมคนหนึ่งคนใดนำเข้าไปซ่อนไว้ก็อาจทำได้ กุญแจสำหรับเปิดลิ้นชักใส่เครื่องมือตัดผมก็มิได้มีแต่ของที่จำเลยถือเท่านั้น ส่วนกลางก็มีอีก 1 ชุดซึ่งบุคคลอื่นก็อาจเปิดห้องตัดผมได้ ไม่ใช่มีเพียงจำเลยเท่านั้นเมื่อสภาพที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ที่หลายคนเข้าออกได้ ก็เป็นการไม่แน่นอนลงไปว่า เฮโรอีนเป็นของจำเลยเท่านั้น อาจเป็นบุคคลอื่นก็ได้ คดียังเป็นที่สงสัยตามสมควร

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · จรัส อุดมวรชาติ · อุไร คังคะเกตุ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 563/2548

แม้เจ้าพนักงานตำรวจจะค้นพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 45 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกมีฝาปิดอยู่ในกระเป๋าถือภายในบ้านของจำเลย และจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจำเลยมีไว้ในครอบค…

Supreme Court Judgment No. 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

Supreme Court Judgment No. 7331/2543

โจทก์มีผู้ร่วมจับกุมจำเลยเป็นพยานเบิกความประกอบกันว่าก่อนจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับก่อนว่า ล. จะนำเมทแอมเฟตามีนไปส่งมอบแก่จำเลยที่บริเวณคลองส่งน้ำด้านทิศเหนือของหมู่บ้านเพื่อ นำไปจำหน่ายในช่วงเวลาจับกุ…

Supreme Court Judgment No. 1496/2543

ในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโจทก์ไม่มีพยานนำสืบให้ชัดแจ้งว่า จำเลยมีพฤติการณ์ในการจำหน่ายประการใดบ้างส่วนคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นเพียงพยานบอกเล่ามีน้ำ…

Supreme Court Judgment No. 6357/2537

พยานหลักฐานของโจทก์ว่าจำเลยมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงมีแต่คำให้การการรับสารภาพของจำเลยตามบันทึกการตรวจค้นและจับกุมเอกสารหมาย จ.2 โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนว่าจำเลยมีเฮโรอีนดัง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up