เนื้อความคำพิพากษา
โจทก์ชนะคดีจำนองแล้วยึดทรัพย์จำนองผู้ร้องขัดทรัพย์ว่า ฮ.จำเลยเป็นภรรยาผู้ร้องเอาทรัพย์ซึ่งเป็นสินบริคณห์ไปจำนองโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ร้อง ขอให้ถอนการยึด ทางพิจารณาได้ความว่าทรัพย์รายพิพาท ฮ.ภรรยาผู้ร้องได้รับมฤดกในระวางเป็นสามีภรรยากับผู้ร้องยังไม่ได้แบ่งกันระวางผู้รับมฤดก ในโฉนดมีชื่อ ฮ.จำเลยมิได้มีชื่อผู้ร้อง ศาลคดีต่างประเทศเชื่อตามคำร้องจึงสั่งถอนการยึดที่ดินส่วนที่จะตกลงแบ่งให้ ฮ.จำเลย ถ้าไม่ตกลงกันแบ่งส่วนกันได้ ก็ให้ยื่นคำร้องต่อศาลตามประมวลแพ่งมาตรา ๑๓๖๔ ศาลอุทธรณ์ยืน ศาลฎีกากล่าวว่าคู่ความฎีกาได้ฉะเพาะข้อกฎหมาย และวินิจฉัยว่า (๑) กฎหมายมีได้ถือเสมอไปว่าผู้มีชื่อในโฉนดเท่านั้นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ คนอื่นที่ไม่ชื่ออาจเป็นเจ้าของร่วมด้วยได้ (๒)
ทรัพย์ได้มาระวางเป็นสามีภรรยากันจะถือว่าเป็นสินส่วนตัวไม่ได้ (๓) การอ้างว่าผู้ร้องทำให้มหาชนหลงเข้าในผิดเป็นปัญหาข้อเท็จจริง (๔) การยอมให้ภรรยามีชื่อในโฉนดผู้เดียวจะสันนิษฐานว่ายอมให้ภรรยาจัดการใด ๆ เกี่ยวแก่โฉนดไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายให้สันนิษฐานเด็ดขาดเช่นนั้น (๕) การฟ้องคดีเท่ากับการบอกล้างนิติกรรรมอยู่ในตัว (๖) การกระทำของผู้ร้องเป็นการสุจริตหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง
Result
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์