Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3809/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์เคยประเมินราคาที่ดินทั้งสองแปลงไว้ประมาณ8,000,000 บาท แต่ขายทอดตลาดไปในราคา 5,600,000 บาท โดยโจทก์ซื้อที่ดินแปลงแรกในราคาต่ำกว่าที่ดินแปลงที่สองถึง 1,000,000 บาท ทั้ง ๆ ที่ที่ดินทั้งสองแปลงอยู่ติดกันและก่อนขายทอดตลาดจำเลยก็ได้ยื่นคำคัดค้านการประเมินราคาที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาไว้เป็นเงิน 5,432,700 บาท ว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาที่โจทก์ประเมินไว้และต่ำกว่าราคาตามความเป็นจริงในท้องตลาด เป็นการขายโดยไม่สุจริตและชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นธรรมแก่จำเลย ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ข้ออ้างตามคำร้องดังกล่าวเป็นเรื่องโต้แย้งราคาขายซึ่งอาจแตกต่างจากการซื้อขายกันตามปกติได้ ส่วนการประเมินราคาก็เป็นการกำหนดราคาไว้ในเบื้องต้นซึ่งไม่แน่นอนแล้วแต่ภาวะเศรษฐกิจ คำร้องของจำเลยจึงมิได้กล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งดังที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง หรือเกิดจากการคบคิดกันฉ้อฉลหรือความไม่สุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 5,655,012.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จากเงินต้น 5,513,697.96บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ (ฟ้องวันที่ 27 เมษายน 2542) หากไม่ชำระให้บังคับเอาทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 20349 ถึง 20351 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงนำยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด ซึ่งมีผู้ประมูลซื้อทรัพย์ได้คือโจทก์และนางสาวอุสนา

นาคไร่ขิงจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่20349 และเลขที่ 20351 ไปในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมินของโจทก์ และต่ำกว่าราคาในท้องตลาดมาก จึงเป็นการไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดนางสาวอุสนา นาคไร่ขิง ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า เข้าประมูลซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 20351 ได้แต่ไม่สามารถเข้าครอบครองใช้ประโยชน์ จำเลยที่ 1 จงใจประวิงการบังคับคดี ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามคำร้อง จำเลยที่ 1 มิได้กล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมายอย่างไรบ้าง คงปรากฏแต่เพียงว่าเจ้าพนักงานขายทอดตลาดในราคาต่ำกว่าราคาที่โจทก์ประเมินและเจ้าพนักงานไม่วินิจฉัยคำคัดค้านราคา กับไม่ชะลอการขาย

กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการขายทอดตลาด ให้ยกคำร้องค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับจำเลยที่ 1 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีโดยไม่ชอบและฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้อง จำเลยที่ 1 อ้างว่าโจทก์ได้เคยประเมินราคาที่ดินทั้งสองแปลงไว้เป็นเงินประมาณ 8,000,000 บาท แต่ขายทอดตลาดที่ดินทั้งสองแปลงไปในราคา 5,600,000 บาท โดยโจทก์ซื้อที่ดินแปลงแรกไปในราคาต่ำกว่าที่ดินแปลงที่สองถึง 1,000,000 บาท ทั้ง ๆ ที่ที่ดินทั้งสองแปลงอยู่ติดกัน นอกจากนี้ก่อนขายทอดตลาดจำเลยที่ 1 ก็ได้ยื่นคำแถลงคัดค้านการประเมินราคาที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาไว้เป็นเงิน 5,432,700 บาท ว่าเป็นราคาต่ำกรณีจึงเป็นการขายทอดตลาดที่ต่ำกว่าราคาที่โจทก์ประเมินไว้ และต่ำกว่าราคาตามความเป็นจริงในท้องตลาด เป็นการขายโดยไม่สุจริตและชอบด้วยกฎหมายไม่เป็นธรรมแก่จำเลยที่ 1 ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ข้ออ้างตามคำร้องดังกล่าวเป็นเรื่องโต้แย้งราคาขายซึ่งอาจแตกต่างจากการซื้อขายกันตามปกติได้

ส่วนการประเมินราคาก็เป็นการกำหนดราคาไว้ในเบื้องต้นซึ่งไม่แน่นอนแล้วแต่ภาวะเศรษฐกิจ คำร้องของจำเลยที่ 1 จึงมิได้กล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งดังที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง หรือเกิดจากการคบคิดกันฉ้อฉลหรือความไม่สุจริต หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ"

Matter details

Panel of judges
ปรีดี รุ่งวิสัย · ทองหล่อ โฉมงาม · สมศักดิ์ เนตรมัย
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7788/2560

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า การที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทรวม 6 แปลง เป็นการยึดเกินกว่าหนี้ที่มีอยู่ย่อมเป็นการไม่ชอบ ขอให้ถอนการยึด จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องว่า โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศ…

Supreme Court Judgment No. 3591/2559

การที่จำเลยผู้สู้ราคาสูงสุดในการขายทอดตลาดชั้นเดิมละเลยไม่ใช้ราคาซื้อทรัพย์ตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่จำเลยทำไว้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี จนเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องขายทอดตลาดอีกซ้ำหนึ่ง และได้เงินเป็นจำนว…

Supreme Court Judgment No. 6516/2558

คำร้องของจำเลยอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดไว้ 4,346,000 บาท และขายทอดตลาดได้เงิน 5,450,000 บาท ต่ำกว่าความเป็นจริง เป็นการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สุจริต และไม…

Supreme Court Judgment No. 14634/2558

การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด โดยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ในราคาต่ำเกินสมควรอันเนื่องมาจากความไม่สุจริตหรือการฉ้อฉลหรือความประมาทอย่างร้ายแรงของเจ้าพนัก…

Supreme Court Judgment No. 14408/2558

จำเลยที่ 5 ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเนื่องจากเห็นว่าราคาที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินมีจำนวนต่ำเกินสมควรซึ่งเกิดจากการคบคิดกันฉ้อฉลระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องในการสู้ราคาหรือความไม่สุจริตหรือความประมาทเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up