Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3807/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทั้งสองเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่จะต้องชำระแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองเสนอขอผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์เป็นรายเดือนซึ่งผู้แทนโจทก์ยินยอมตามเงื่อนไขและได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการยึดไว้เพื่อรอฟังผลการชำระหนี้ภายนอกคงมีความหมายเพียงว่า ถ้าจำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้โจทก์ตามเงื่อนไขที่เสนอโดยไม่ผิดนัด โจทก์จะยังไม่ใช้สิทธิบังคับคดีเอาจากทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง แต่มิได้หมายความว่าสิทธิในการบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองจะหมดสิ้นไป ทั้งข้อตกลงดังกล่าวก็ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความเพราะไม่มีข้อความใดที่โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน หลังจากเจ้าพนักงานบังคบคดีงดการบังคับคดีไว้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้โจทก์เพียง 2 ครั้ง ในแต่ละครั้งไม่เป็นไปตามเงื่อนไขโจทก์จึงชอบที่จะดำเนินการบังคบคดีแก่จำเลยทั้งสองต่อไปได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 13,590,737.54 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ของต้นเงิน12,852,081.15 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 มิถุนายน 2540) จนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไปพอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์ขอให้ศาลชั้นต้น ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำนองของจำเลยทั้งสองดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์

คดีอยู่ระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า โจทก์ไม่มีอำนาจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินที่จำนองของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาด เพราะหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วโจทก์กับจำเลยทั้งสองทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยโจทก์ยินยอมให้จำเลยทั้งสองผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เดือนละไม่น้อยกว่า 50,000บาท หลังจากทำบันทึกข้อตกลงแล้วจำเลยทั้งสองผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เรื่อยมาและผ่อนชำระครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2543 ขอให้เพิกถอนการบังคับคดีและการยึดทรัพย์โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาและคดีถึงที่สุดแล้วจำเลยทั้งสองทราบคำบังคับโดยชอบ แต่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ

โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี และเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2541 ผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองขอผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์โดยในวันดังกล่าวจำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยบางส่วนเป็นเงิน 50,000 บาท และจะชำระในวันที่ 7 มกราคม กับวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2542 อีก 50,000 บาท และ 200,000 บาท ตามลำดับ ผู้แทนโจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการยึดทรัพย์ไว้หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้มาโดยตลอด ต่อมาวันที่ 5 พฤศจิกายน 2542 ผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองอีก แต่จำเลยทั้งสองขอชำระหนี้ให้แก่โจทก์อีก 50,000 บาท ส่วนที่เหลือจะชำระเป็นรายเดือนไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนและไม่ต่ำกว่าเดือนละ 50,000 บาท

ผู้แทนโจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการยึดทรัพย์ไว้เพื่อรอผลการชำระหนี้จากจำเลยทั้งสองต่อมาจำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์จำนองของจำเลยทั้งสองเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดในวันที่ 24กรกฎาคม และวันที่ 28 สิงหาคม 2543 การที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำนองของจำเลยทั้งสองจึงเป็นไปโดยชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติได้ว่า หลังจากโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการยึดไว้เนื่องจากจำเลยทั้งสองขอผ่อนชำระหนี้ภายนอก

จำเลยทั้งสองชำระหนี้แต่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2542 โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปเพื่อยึดทรัพย์จำนองของจำเลยทั้งสองตามหมายบังคับคดีอีกแต่จำเลยที่ 1เสนอขอผ่อนชำระหนี้ภายนอกโดยชำระให้แก่โจทก์ในวันดังกล่าวเป็นเงิน 50,000 บาท และจะชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นรายเดือนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 50,000 บาท กำหนดชำระภายในวันที่ 15 ของเดือน โจทก์ยินยอมและขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการยึดไว้เพื่อรอผลการชำระหนี้ภายนอก หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้แก่โจทก์รวม 2 ครั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2543 จำนวน 40,000 บาท และวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2543 จำนวน45,000 บาท ต่อมาวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำนองของจำเลยทั้งสองและอยู่ระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า

การบังคับคดีของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่าบันทึกข้อตกลงขอผ่อนชำระหนี้ตามสำเนารายงานเจ้าหน้าที่ฉบับลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2542 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีท้ายคำร้องของจำเลยทั้งสองมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ย่อมทำให้สิทธิของโจทก์ในการนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองหมดสิ้นไป โจทก์และจำเลยทั้งสองได้สิทธิใหม่เกิดขึ้น โดยโจทก์ได้สิทธิในการรับชำระหนี้ และจำเลยทั้งสองมีหน้าที่ชำระหนี้แก่โจทก์ตามบันทึกขอผ่อนชำระหนี้ เห็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่จะต้องชำระแก่โจทก์โดยจำเลยทั้งสองทราบคำบังคับแล้ว ตราบใดที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้จนครบโจทก์ชอบที่จะดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองได้

แม้ในระหว่างการบังคับคดีที่ผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองจะเสนอขอผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท ซึ่งผู้แทนโจทก์ก็ยินยอมตามเงื่อนไขและได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการยึดไว้เพื่อรอผลการชำระหนี้ภายนอก ตามสำเนารายงานเจ้าหน้าที่ฉบับลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2542 ของเจ้าพนักงานบังคับคดี ก็คงมีความหมายเพียงว่า ถ้าจำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้โจทก์ตามเงื่อนไขที่เสนอโดยไม่ผิดนัด โจทก์ก็จะยังไม่ใช้สิทธิบังคับคดีเอาจากทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองแต่มิได้หมายความว่าสิทธิในการบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองจะหมดสิ้นไป

ทั้งข้อตกลงตามสำเนารายงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวก็ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความเพราะไม่มีข้อความใดที่โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าหลังจากเจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีไว้ตามคำขอของโจทก์เพื่อรอผลการชำระหนี้ภายนอกตามที่คู่ความตกลงกัน จำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้โจทก์เพียง 2 ครั้ง ในแต่ละครั้งก็ชำระไม่ถึง 50,000 บาท ซึ่งไม่เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าว โจทก์จึงชอบที่ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองต่อไปได้ การบังคับคดีของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย คำสั่งและคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองที่ให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีและการยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พลรัตน์ ประทุมทาน · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · เรวัตร อิศราภรณ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 91/2501

เมื่อจำเลยแพ้คดีโจทก์ แล้วยังมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตามคำบังคับที่ศาลมีไว้ต่อจำเลยในกำหนด ต่อมาจำเลยจะมายื่นคำร้องว่าโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมกันนอกศาลแล้ว ข…

Supreme Court Judgment No. 1280/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นนอกศาล ไม่อาจยกเลิกเพิกถอนหรือลบล้างผลของคำพิพากษาในคดีเดิม รวมทั้งไม่กระทบถึงสิทธิในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีเดิม แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าในร…

Supreme Court Judgment No. 1160/2568

ป.พ.พ. มาตรา 850 บัญญัติว่า "อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน" ดังนั้น ลักษ…

Supreme Court Judgment No. 727/2567

ตามบันทึกตกลงไว้เป็นหลักฐานได้ความว่า วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 โจทก์และจำเลยกับพวกตกลงกันได้โดยโจทก์ชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือ 1,500,000 บาท ในวันดังกล่าว แล้วจำเลยกับพวกต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่…

Supreme Court Judgment No. 541/2567

การที่โจทก์ในคดีแพ่งนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 120261 และ 12959 ตำบลคันนายาว (คลองกุ่ม) อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารตึกแถว เป็นการใช้สิทธิบังคับคดีไปตามคำพิพากษาโด…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up