คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านโจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลให้พิจารณาฝ่ายเดียว ระหว่างสืบพยานโจทก์จำเลยแต่งทนายมาศาลและยื่นคำร้องขอยื่นคำให้การศาลสั่งยกคำร้อง เมื่อพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์เป็นหญิงมีสามีซึ่งยังมีชีวิตอยู่ บ้านพิพาทเป็นสินบริคณห์
โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสามึ ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๔๖๙ คำฟ้องของโจทก์บกพร่อง ให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะฟ้องใหม่
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สมควรที่ศาลจะสอบสวนในเรื่องความสามารถและให้แก้ไขข้อบกพร่องให้บริบูรณ์ก่อนมีคำพิพากษา พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้าน และจำเลยขาดนัยไม่ยื่นคำให้การเช่นี้ แม้จะปรากฏทางพิจารณาว่าโจทก์เป็นหญิงมีสามีและบ้านหลังนั้นเป็นสินบริคณห์ ศาลก็ไม่ควรจะยก ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๔๖๙ มาปรับแก่เป็นเหตุให้ยกฟ้องโจทก์เสียทีเดียว เพราะศาลย่อมมีอำนาจที่จะสั่งกำหนดให้แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถของโจทก์ตาม ป.ม.วิ.แพ่งฯมาตรา ๕๖ เห็นพ้องด้วยศาลอุทธรณ์
Result
พิพากษายืน