คำฟ้องและคำให้การ
เดิมโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยฉ้อโกงคดีถึงที่สุดศาลฎีกาพิพากษาทับสัตย์ศาลอุทธรณ์ให้จำคุกจำเลยตาม ม. ๓๐๔ มีกำหนด ๓ เดือนกับ ให้ใช้ทรัพย์ ๑๐๐๐ บาท และโจทก์ก็ได้ฟ้องความแพ่งเรียกเงินจำนวนที่ศาลบังคับให้ใช้อีกด้วย และโจทก์ได้รับส่วนเฉลี่ยไปแล้ว ๔๓๐ บาท ๑๙ สตางค์ โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้จำแทน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ในคำพิพากษาที่บังคับให้จำเลยใช้ทรัพย์ ๑๐๐๐ บาท จะไม่ได้กล่าวว่า ถ้าจำเลยไม่ใช้ทรัพย์ให้จัดการตาม ม. ๑๘ ก็ดี เจ้าทรัพย์ก็มีอำนาจที่จะร้องขอให้ศาลบังคับจำเลยได้ ตาม ม. ๑๘-๙๒ และการที่ผู้ร้องได้ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยในทางแพ่งก็ไม่ตัดสิทธิที่จะขอให้บังคับตามมาตรา ๑๘ จึงตัดสินให้จำเลยจำแทนเงินที่ ขาดอยู่ ๕๖๙ บาท ๘๑ สตางค์ มีกำหนด ๑ ปี