Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 371/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การขุดลอกหรือดูดดินและทรายในแม่น้ำลำคลองเป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินและที่ทราย เพราะทำให้สภาพของที่ดินและที่ทรายที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปและการนำเอาดินและทรายที่ดูดขึ้นมาแล้วไปไว้ในที่ดินของเอกชนก็เป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน เพราะทำให้ดินและทรายที่เคยมีอยู่ลดน้อยไป เมื่อจำเลยทำการดูดทรายในแม่น้ำ ในบริเวณที่ตนมิได้มีสิทธิครอบครองและโดยมิได้รับอนุญาต จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108 ทวิ

Provisions the court ruled on

ป.ที่ดิน Section 9 ป.ที่ดิน Section 108

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกับพวกอีก 1 คน ได้ร่วมกันขุดลอกดูดดินและทรายทำลาย และทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่ทราย โดยใช้เรือดูดทราย1 ลำเป็นเครื่องมือดูดดินทรายในที่ดินท้องน้ำเจ้าพระยา แล้วสูบพ่นดินทรายซึ่งดูดขึ้นมานั้นไปถมที่ดินของผู้มีชื่อริมฝั่งแม้น้ำเจ้าพระยาเป็นปริมาตรดินและทรายรวมกัน 578 ลูกบาศก์เมตร บริเวณที่ดินที่จำเลยทั้งสามกับพวกทำการดูดดินและทรายดังกล่าวเป็นแม่น้ำ ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยผู้ใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกประกาศกำหนดเป็นเขตหวงห้ามตามความในมาตรา 9(2) แห่งประมวลกฎหมายที่ดินห้ามบุคคลทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งบริเวณที่ดินดังกล่าวเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน

จำเลยทั้งสามกับพวกมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ การกระทำของจำเลยทั้งสามกับพวกเป็นการทำอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9, 108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29กุมภาพันธ์ 2515 ข้อ 11 และริบของกลางทั้งหมดจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ ฯลฯ จำคุกคนละ 3 เดือนและปรับคนละ 9,000 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับสารภาพในชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ2 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 1 ปีให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3 และริบของกลางทั้งหมดจำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

การขุดลอกหรือดูดดินและทรายในแม้น้ำลำคลองเป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินและที่ทราย เพราะทำให้สภาพของที่ดินและที่ทรายที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป และการนำเอาดินและทรายที่ดูดขึ้นมาแล้วไปไว้ในที่ดินของเอกชน ก็เป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน เพราะทำให้ดินและทรายที่เคยมีอยู่ลดน้อยไป เมื่อจำเลยทั้งสองทำการดูดดินและทรายในแม่น้ำในบริเวณที่ตนมิได้มีสิทธิครอบครอง และโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยทั้งสองจึงต้องมีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้องพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อาจ ปัญญาดิลก · กุศล บุญยืน · ธาดา วัชรานันท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2365/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นที่ชายทะเล และอยู่นอกเขต น.ส. 3 ก. ของบิดาจำเลย โดยไม่ปรากฏว่าบุคคลใดมีเอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าว จึงถือว่าเป็นที่ดินของรัฐ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำ…

Supreme Court Judgment No. 1592/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นที่ดินราชพัสดุ เป็นที่ดินของรัฐ และเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดินเพื่อก…

Supreme Court Judgment No. 13241/2558

แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ได้มีคำพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนต้นยางพาราและทรัพย์สินอื่นที่สร้างอยู่ในที่ดินพิพาทออกไปจากที่ดินพิพาทก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตาม ป.ที่ดิน มาตรา 9, 108…

Supreme Court Judgment No. 6616/2557

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองป่าที่ดินภูเขากระโดน อันเป็นที่ดินของรัฐ โดยเป็นที่ราชพัสดุ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อยู่ในความครอบครองดูแลของกรมธน…

Supreme Court Judgment No. 6605/2557

คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องสรุปความได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินบริเวณหมู่ที่ 6 บ้านเขายายเที่ยงเหนือ ตำบลคลองไผ่ จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ประมาณ 21 ไร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up