Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2525 (ref. 36928)

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้ร้องถูกทางราชการถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ซึ่งผู้ร้องอาจได้สัญชาติไทยอีกเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นสมควรและสั่งตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว และพระราชบัญญัติสัญชาติ แต่พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ในส่วนที่ไม่ขัดกับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวก็มิได้บัญญัติให้สิทธิผู้ร้องร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้ร้องเป็นบุคคลมีสัญชาติไทยได้ กรณีของผู้ร้องจึงไม่มีกฎหมายสนับสนุนหรือรับรองให้ใช้สิทธิทางศาลโดยวิธีร้องขอให้ศาลสั่งเช่นนั้น หากผู้ร้องเห็นว่าทางราชการถอนสัญชาติผู้ร้องเป็นการกระทำโต้แย้งสิทธิ ก็ชอบที่จะฟ้องผู้โต้แย้งสิทธิเป็นคดีต่อศาล ดังนั้น แม้ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลและพนักงานอัยการยื่นคำคัดค้านแล้ว จึงเกิดเป็นคดีมีข้อพิพาทในคดีไม่มีข้อพิพาท แต่เมื่อผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอต่อศาล ข้อพิพาทในคดีนี้จึงตกไปโดยไม่จำต้องดำเนินคดีต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องทั้งเก้าสำนวนยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้สัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ต่อมานายอำเภอเมืองเชียงรายได้มีหนังสือให้ยึดบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้องทั้งเก้า อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องทั้งเก้าขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องทั้งเก้าเป็นคนมีสัญชาติไทยพนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายยื่นคำร้องคัดค้านทุกสำนวนว่า บิดามารดาของผู้ร้องทั้งเก้าเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายและพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ผู้ร้องจึงถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 อันเป็นการถูกถอนสัญชาติไทยโดยผลทางกฎหมาย มิใช่เกิดจากการโต้แย้งสิทธิของเจ้าพนักงาน ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิดำเนินการทางศาลให้สั่งผู้ร้องมีสัญชาติไทย

ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าผู้ร้องทั้งเก้าเป็นผู้มีสัญชาติไทยผู้คัดค้านทั้งเก้าสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งเก้าสำนวนผู้ร้องทั้งเก้าสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องทั้งเก้าคนเป็นบุตรของนายเทพศิริจันทร์ และนางเกวียด แซ่เหวียน คนต่างด้าว ผู้ร้องเกิดในราชอาณาจักรไทยได้สัญชาติไทยโดยการเกิดในราชอาณาจักร ต่อมาถูกทางราชการถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ผู้ร้องทั้งเก้าคนจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าผู้ร้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 บัญญัติการเสนอคดีต่อศาลไว้ 2 ประเภท

เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่งประการหนึ่ง และเมื่อบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาลอีกประการหนึ่ง ผู้ร้องทั้งเก้าคนถูกทางราชการถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ข้อ 1 แต่อาจได้สัญชาติไทยอีกเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นสมควรและสั่งเฉพาะรายตามข้อ 2 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติข้างต้น กล่าวคือจะต้องได้สัญชาติไทยตามกฎหมายสัญชาติ ทั้งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ส่วนที่ไม่ขัดกับประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ก็มิได้บัญญัติให้สิทธิผู้ถูกถอนสัญชาติร้องขอให้ศาลสั่งเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย กรณีของผู้ร้องจึงไม่มีกฎหมายสนับสนุนหรือรับรองให้ใช้สิทธิทางศาลร้องขอให้สั่งว่าผู้ร้องเป็นบุคคลมีสัญชาติไทยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ประการหลัง ดังนั้น หากผู้ร้องเห็นว่าทางราชการถอนสัญชาติผู้ร้องเป็นการกระทำโต้แย้งสิทธิ ก็ชอบที่ผู้ร้องจะฟ้องผู้โต้แย้งสิทธิเป็นคดีต่อศาล

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่ผู้ร้องฎีกาว่า พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายคัดค้านคำร้อง เกิดเป็นคดีมีข้อพิพาทแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188(4) เห็นว่าผู้ร้องฟ้องเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทโดยการใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 การดำเนินคดีต้องใช้บทบัญญัติมาตรา 188 บังคับ ที่พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายคัดค้านจึงเกิดเป็นคดีมีข้อพิพาทตามมาตรา 188(4) ในคดีไม่มีข้อพิพาท ไม่ใช่ในคดีที่ฟ้องร้องผู้โต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่เป็นข้อพิพาท เมื่อผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งว่าผู้ร้องเป็นบุคคลมีสัญชาติไทยตามที่วินิจฉัยแล้วข้างต้น ข้อพิพาทในคดีนี้จึงตกไปโดยไม่จำต้องดำเนินคดีต่อไป ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องมีสิทธิขอพิสูจน์สัญชาติได้หรือจะฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาทก็ได้ โดยอ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1466/2496 นั้น เป็นเรื่องร้องขอพิสูจน์สัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ไม่ตรงกับคดีนี้ จึงนำมาปรับกับคดีนี้ไม่ได้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุนทร วรรณแสง · ประมุข สวัสดิ์มงคล · เสมา รัตนมาลัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

Supreme Court Judgment No. 4469/2566

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้เข้าร่วมประชุมนิติบุคคลอาคารชุด ส. จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2559 และวันที่ 14 พฤษภาคม 2559 โดยเจ้าของร่วมจำนวนมากที่มอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมออกเส…

Supreme Court Judgment No. 6653/2561

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์อันเป็นการใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน และประกาศคำร้องขอ…

Supreme Court Judgment No. 6310/2558

การที่บุคคลใดครอบครองที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นไว้ โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีจนได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 และมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลเ…

Supreme Court Judgment No. 10545/2553

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์อันเป็นคดีที่ไม่มีข้อพิพาท ซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 และมาตรา 188 (1) บุคคลใดต้องใช้สิทธิทางศาลจะต้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up