Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3670/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดียื่นคำร้องขอให้ศาลขยายเวลาการชำระเงินส่วนที่เหลือ และขอให้รับเงินไว้เป็นประกันความเสียหายเพียงส่วนหนึ่ง แล้วคืนเงินมัดจำบางส่วนที่ชำระไว้แล้วโดยอ้างว่าจำเลยกับพวกได้คัดค้านการขายทอดตลาดโดยขอให้เพิกถอนการขาย คดีอยู่ระหว่างพิจารณา นั้นเป็นการขอให้ศาลใช้ดุลพินิจสั่งงดการบังคับคดีไว้ก่อนเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อทรัพย์ แม้ผู้ซื้อทรัพย์ชำระเงินส่วนที่ขาดอยู่ให้ครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนดไว้เจ้าพนักงานบังคับคดีก็อาจยังไม่เห็นสมควรเสนอรายงานขอให้ศาลแจ้งเจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ได้ เพราะข้อพิพาทเกี่ยวกับการขายทอดตลาดยังไม่ถึงที่สุด และยังไม่อาจทราบได้ว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าการขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงเป็นกรณีมีเหตุสมควรที่ศาลจะสั่งให้งดการชำระราคาส่วนที่ขาดอยู่ไว้ก่อนได้ จนกว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับการขายทอดตลาดจะถึงที่สุด และหากเห็นสมควรจะสั่งให้คืนเงินมัดจำแก่ผู้ซื้อทรัพย์ไปบางส่วนคงเหลือไว้เพียงบางส่วนก็ได้ แล้วส่งคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบเพื่อดำเนินการต่อไปตามป.วิ.พ. มาตรา 292(2).

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากผู้ซื้อทรัพย์ได้ซื้อที่ดิน 2 แปลงจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีในราคา 19,950,000 บาท และได้วางเงินมัดจำเป็นเงิน 4,987,500 บาท ส่วนที่เหลือจะต้องชำระภายใน15 วัน ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ขยายเวลาการชำระเงินส่วนทีเหลือโดยอ้างว่าจำเลยและผู้สู้ราคารายอื่นได้คัดค้านการขายทอดตลาดรายนี้คดีอยู่ระหว่างพิจารณา ขอให้รับเงินไว้เป็นประกันความเสียหายเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ แล้วคืนเงินจำนวน 3,990,000 บาทแก่ผู้ซื้อทรัพย์ และขยายระยะเวลาการวางเงินที่ขาดอยู่ไปจนกว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับการขายทอดตลาดจะถึงที่สุดศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ซื้อทรัพย์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนผู้ซื้อทรัพย์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

ผู้ซื้อทรัพย์ได้ซื้อที่ดิน 2 แปลง จากการขายทอดตลาดในคดีนี้ เมื่อวันที่31 ตุลาคม 2532 ในราคา 19,950,000 บาท วางมัดจำแล้ว 4,987,500 บาทส่วนที่เหลือจะต้องชำระภายใน 15 วัน ก่อนพ้นกำหนดวันชำระเงินส่วนที่เหลือ จำเลยคนหนึ่งกับผู้สู้ราคาในการขายทอดตลาดอีกคนหนึ่งได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดอ้างว่าเป็นการขายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอนการขายนั้นเสีย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดไต่สวนคำร้องผู้ซื้อทรัพย์จึงได้ยื่นคำร้องนี้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องของผู้ซื้อทรัพย์นี้มีจุดประสงค์ขอให้ศาลใช้ดุลพินิจสั่งงดการบังคับคดีไว้ก่อนเพื่อป้องกันมิได้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อทรัพย์ นั่นเอง โดยที่ข้อเท็จจริงได้ความว่าแม้ผู้ซื้อทรัพย์ชำระเงินส่วนที่ยังขาดอยู่ให้ครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนดไว้ เจ้าพนักงานบังคับคดีก็อาจยังไม่เห็นสมควรเสนอรายงานขอให้ศาลแจ้งเจ้าพนักงานที่ดิน จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสองแปลงให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ได้ เพราะข้อพิพาทเกี่ยวกับการขายทอดตลาดยังไม่ถึงที่สุด และยังไม่อาจทราบได้ว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าการขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงเป็นกรณีมีเหตุสมควรที่ศาลจะสั่งให้งดการชำระราคาส่วนที่ขาดอยู่ไว้ก่อนได้

จนกว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับการขายทอดตลาดจะถึงที่สุด และหากเห็นสมควรจะให้คืนเงินมัดจำแก่ผู้ซื้อทรัพย์ไปบางส่วนคงเหลือไว้เพียงบางส่วนก็ได้ แล้วส่งคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบเพื่อดำเนินการต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) สำหรับกรณีของผู้ซื้อทรัพย์รายนี้ ปรากฏว่า ได้วางเงินมัดจำไว้แล้วร้อยละ 25ของราคา และเมื่อมีกรณีขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเช่นนี้ผู้ซื้อทรัพย์จึงได้ขอคืนเงินมัดจำบางส่วนคงเหลือไว้เพียงร้อยละ 5ของราคา เป็นเงิน 997,500 บาท ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการขอคืนไปมากและเหลือไว้น้อยเกินไป เห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้เหมาะสมโดยคืนให้ร้อยละ 15 ของราคาเป็นเงิน 2,992,500 บาท คงเหลือไว้ร้อยละ 10 ของราคาเป็นเงิน 1,995,000 บาทพิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนเงินมัดจำแก่ผู้ซื้อทรัพย์เป็นจำนวน2,992,500 บาท คงเหลือไว้ 1,995,000 บาท และให้งดการชำระราคาที่ขาดอยู่ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะได้วินิจฉัยชี้ขาดถึงที่สุดว่าการขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงให้ดำเนินการต่อไป แจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ.

Matter details

Panel of judges
สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3716/2567

โจทก์ร่วมยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขออนุญาตฎีกาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้ ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขออนุญาตฎีกาว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็…

Supreme Court Judgment No. 3670/2567

แม้ตามคำร้องขอขยายระยะเวลาของโจทก์จะอ้างเหตุผลอันไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 23 บัญญัติไว้ แต่เมื่อศาลเห็นว่า หากไม่ขยายให้แล้วอาจเสียความเป็นธรรมไป ศาลย่อมมีอำนาจทั่ว ๆ ไปที่จะขยายเวลาให…

Supreme Court Judgment No. 2656/2567

กำหนดระยะเวลาฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่พอใจคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มาตรา 26 วรรคห้า เป็นระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งที่ศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจขยาย…

Supreme Court Judgment No. 541/2567

การที่โจทก์ในคดีแพ่งนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 120261 และ 12959 ตำบลคันนายาว (คลองกุ่ม) อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารตึกแถว เป็นการใช้สิทธิบังคับคดีไปตามคำพิพากษาโด…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 712254)

เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลายื่นฎีกาครั้งที่ 1 ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2566 จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ต้องตรวจสอบให้รอบคอบว่าศาลอนุญาตให้ขยายถึงวันใด แต่จำเลยกลับตรวจสอบวันครบกำหนดผิดพลาดไปจึงถือได้ว่า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up