คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาพยายามชิงทรัพย์
จำเลยให้การรับสารภาพ ในวันสืบพยานประกอบคำรับสารภาพ
จำเลยยื่นคำร้องว่าขณะกระทำความผิดอายุจำเลยยังไม่ถึง ๑๖ ปี ขอให้ศาลรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งว่า ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุไม่เกิน ๑๖ ปี ซึ่งความข้อนี้ปรากฏภายหลังที่ศาลได้ประทับฟ้อง จึงให้โอนคดีไปยังศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง เพื่อพิจารณาพิพากษา ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๑๒
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความประสงค์ที่จัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนขึ้นก็เพื่อสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน จึงมีบทบัญญัติว่าด้วยการสอบสวน การพิจารณาและการพิพากษาคดีเป็นพิเศษผิดกับคดีธรรมดา สำหรับการพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ก็มีบัญญัติไว้ในมาตรา ๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๖๓ ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๑๕ ว่า ศาลคดีเด็กและเยาวชนมีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีเด็กหรือเยาวชนถูกฟ้องคดีอาญาทุกประเภท เว้นแต่เยาวชนที่มีอายุเกินกว่าสิบหกปีบริบูรณ์ได้กระทำความผิดอาญาในลักษณะร้ายแรงตามมาตราต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา ๘ (๑) ศาลคดีเด็กและเยาวชนจึงจะไม่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดี
คดีนี้ปรากฏว่าขณะจำเลยกระทำความผิดมีอายุไม่เกินกว่า ๑๖ ปีบริบูรณ์ แม้ได้ความว่าขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ จำเลยมีอายุ ๑๖ ปี ๓ เดือนเศษแล้ว โจทก์ก็ต้องฟ้องต่อศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดี คำสั่งและคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา
Result
พิพากษายืน