Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3639/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำขอของโจทก์ที่ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางปรากฏจากคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตามคดีหมายเลขแดงที่ 2221/2552 ท้ายคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยชั่วคราวว่า โจทก์เคยมีคำขอให้ริบรถของกลางดังกล่าวและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางมาแล้ว ถ้าโจทก์ไม่เห็นด้วยก็ชอบที่จะอุทธรณ์ในคดีดังกล่าว เมื่อคดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ 2221/2552 เดิมเป็นคู่ความรายเดียวกัน ส่วนที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้แยกฟ้องเป็นวิธีพิจารณาความเพื่อความสะดวกในการพิจารณาคดีเท่านั้น การที่โจทก์ยื่นคำขอให้ริบของกลางในคดีก่อนและคดีนี้เป็นการอ้างเหตุเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางในคดีก่อน จึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีในประเด็นเรื่องของกลางแล้ว โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ร้องขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางในคดีนี้อีกตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยและพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ของกลางมาจึงไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 66, 76, 76/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 26 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง, 76 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 10 ปี และปรับ 550,000 บาท ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 8 เดือน รวมจำคุก 10 ปี 8 เดือน และปรับ 550,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลางและคืนให้แก่เจ้าของ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังว่า จ่าสิบตำรวจสมเกียรติได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีผู้มาส่งมอบยาเสพติดให้โทษที่บริเวณสามแยกบ้านน้ำตก ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก - ลก จังหวัดนราธิวาส ร้อยตำรวจโทกุลนริศร์ จ่าสิบตำรวจสมเกียรติกับพวกจึงเดินทางไปดักซุ่มที่บริเวณดังกล่าว ต่อมาจำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยมีนางสาวนูรีย๊ะ พี่สาวจำเลยนั่งซ้อนท้ายและเด็ก 2 คน ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยนั่งมาด้วย เมื่อมาถึงจุดที่เจ้าพนักงานตำรวจดักซุ่ม เจ้าพนักงานตำรวจจึงเรียกให้หยุดรถและขอตรวจค้นที่ใต้เบาะนั่งของรถจักรยานยนต์ พบถุงพลาสติกสีฟ้า 2 ถุง บรรจุเมทแอมเฟตามีนรวม 373 เม็ด และกัญชา 1 แท่ง ห่อด้วยกระดาษฟอยล์จึงยึดยาเสพติดให้โทษและรถจักรยานยนต์เป็นของกลาง

ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จำเลยให้การปฏิเสธ ส่วนนางสาวนูรีย๊ะให้การรับสารภาพ ชั้นพิจารณานางสาวนูรีย๊ะให้การรับสารภาพ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยและพิพากษาลงโทษนางสาวนูรีย๊ะตามฟ้อง ตามสำเนาคำพิพากษาท้ายคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยชั่วคราว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยร่วมกับนางสาวนูรีย๊ะกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ ประการแรก ทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่า ก่อนเกิดเหตุ แหล่งข่าวที่แจ้งแก่จ่าสิบตำรวจสมเกียรติได้ระบุชื่อจำเลยว่าเป็นคนร้ายที่จะไปส่งมอบยาเสพติดให้โทษ ประการที่สอง โจทก์นำสืบได้เพียงว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์ที่ซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษของกลาง โดยมิได้นำสืบให้ได้แน่ชัดในเบื้องต้นว่า

จำเลยเป็นเจ้าของหรือครอบครองรถจักรยานยนต์ของกลางก่อนเกิดเหตุ หรือนำสืบให้ได้แน่ชัดต่อมาว่าจำเลยรู้เห็นการซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษของกลางตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุและประการที่สามข้อเท็จจริงที่ฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์ที่ซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษของกลางและจำเลยเป็นน้องสาวของนางสาวนูรีย๊ะซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น ก็ยังไม่อาจบ่งชี้ได้แน่ชัดว่า จำเลยรู้เห็นการซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษและมีเจตนาร่วมกระทำความผิดหรือสนับสนุนการกระทำความผิดของนางสาวนูรีย๊ะ ทั้งไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นที่จะบ่งชี้ได้เช่นนั้น กลับปรากฏพฤติการณ์ในขณะเจ้าพนักงานตำรวจเรียกให้หยุดรถและขอตรวจค้นว่า จำเลยยอมหยุดรถจักรยานยนต์โดยดีและพฤติการณ์ในขณะเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมว่า

จำเลยและนางสาวนูรีย๊ะให้การปฏิเสธในทันทีว่าจำเลยมิได้ร่วมกระทำความผิดกับนางสาวนูรีย๊ะ ส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุม 2 ปากเบิกความสอดคล้องต้องกันและยึดยาเสพติดให้โทษของกลางได้ที่ใต้เบาะนั่งของรถจักรยานยนต์ของกลางในขณะที่จำเลยขับ ตามพฤติการณ์จึงน่าเชื่อว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดกับนางสาวนูรีย๊ะนั้น เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อ้างเพียงน่าเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิด มิได้ถึงขนาดแน่ใจว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคหนึ่ง พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่า จำเลยเป็นคนร้ายร่วมกระทำความผิดหรือสนับสนุนการกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 จึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของจำเลยต่อไป

อนึ่ง สำหรับคำขอของโจทก์ที่ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น ปรากฏจากคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตามคดีหมายเลขแดงที่ 2221/2552 ท้ายคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยชั่วคราวว่า โจทก์เคยมีคำขอให้ริบของกลางและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางมาแล้ว ถ้าโจทก์ไม่เห็นด้วยก็ชอบที่จะอุทธรณ์ในคดีดังกล่าว เมื่อคดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ 2221/2552 เดิมเป็นคู่ความรายเดียวกัน ส่วนการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้แยกฟ้องเป็นวิธีพิจารณาความเพื่อความสะดวกในการพิจารณาคดีเท่านั้น การที่โจทก์ยื่นคำขอให้ริบของกลางในคดีก่อนและคดีนี้เป็นการอ้างเหตุเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางในคดีก่อน จึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีในประเด็นเรื่องของกลางแล้ว

โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ร้องขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางในคดีนี้อีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยและพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ของกลางมานั้นจึงไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

Result

พิพากษากลับให้ยกฟ้องและยกคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

Matter details

Panel of judges
เอกชัย เหลี่ยมไพศาล · นิพนธ์ ใจสำราญ · ไมตรี สุเทพากุล
Lower court
ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายชัชวาล สวัสดิสาระ
ศาลอุทธรณ์ - นายเศกสิทธิ์ สุขใจ
Supreme Court black case no.
อ.3141/2558
Trial court black case no.
อ2386/2552
Trial court red case no.
อ439/2554
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up