Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3637/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ยกที่ดิน 30 ไร่ให้แก่จำเลยทั้งสอง และจำเลยทั้งสองได้อุปการะเลี้ยงดูโจทก์มาประมาณ 20 ปี โจทก์ออกจากบ้านจำเลยทั้งสองไปโดยมิใช่ความผิดของจำเลยทั้งสองและขอแบ่งที่ดิน 6 ไร่ เช่นนี้ การที่จำเลยทั้งสองไม่ยอมแบ่งที่ดินดังกล่าวให้โจทก์จึงมิใช่กรณีที่จำเลยทั้งสองบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ในเวลาที่โจทก์ยากไร้ ข้อฎีกาของโจทก์ที่ว่า จำเลยทั้งสองแจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้จับโจทก์โดยกล่าวหาว่าโจทก์ลักผ้าซิ่นไหม ซึ่งตามประเพณีอีสานถือว่าหมิ่นประมาทโจทก์นั้น ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงความข้อนี้ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น แม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ฎีกาข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยกวัว ๓ ตัว ที่ดิน ๓ แปลง ให้แก่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตรเขยและบุตรของโจทก์ ต่อมาจำเลยขับไล่โจทก์มิให้อาศัยอยู่ด้วย และด่าทอหมิ่นประมาทโจทก์ กับยังบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ทั้ง ๆ ที่จำเลยสามารถจะให้ได้ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการเนรคุณโจทก์ โจทก์ขอทรัพย์ที่ยกให้คืน แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมคืนให้ ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองคืนวัวและที่ดินแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ ไม่เคยขับไล่หรือหมิ่นประมาทโจทก์ โจทก์ไปอยู่ที่อื่นโดยความสมัครใจเอง วัวและที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองทำมาหาได้เอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า วัว ๓ ตัว และที่ดิน ๓ แปลงเป็นของโจทก์ยกให้จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองไม่ได้หมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง และไม่ได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ในเวลาที่โจทก์ยากไร้ จำเลยไม่ได้ประพฤติเนรคุณโจทก์ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง จำเลยทั้งสองมิได้ด่า ขู่จะฆ่าหรือขับไล่โจทก์กรณีนี้ โจทก์ขอแบ่งนา ๖ ไร่จากจำนวน ๓๐ ไร่ เท่ากับเป็นการเรียกทรัพย์คืนบางส่วน แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองอุปการะเลี้ยงดูโจทก์มาประมาณ ๒๐ ปีโจทก์ออกจากบ้านจำเลยทั้งสองไปโดยมิใช่ความผิดของจำเลยทั้งสอง การที่จำเลยทั้งสองไม่ยอมแบ่งที่นาดังกล่าวให้โจทก์ มิใช่กรณีที่จำเลยทั้งสองบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ในเวลาที่โจทก์ยากไร้

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองแจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้จับโจทก์ โดยกล่าวหาว่า โจทก์ลักผ้าซิ่นไหม ซึ่งตามประเพณีอีสานถือว่าหมิ่นประมาทโจทก์นั้นในฟ้องโจทก์มิได้กล่าวถึงความข้อนี้ไว้ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นแม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นฎีกาข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๗ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ดำรง แจ่มสุธี · ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว
Lower court
ศาลจังหวัดยโสธร - นายสมบัติ เดียวอิศเรศ
ศาลอุทธรณ์ - นายบรรทม จาตกานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up