Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3611/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกพิพาท ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของอ.ที่เคยให้จำเลยอยู่อาศัยจำเลยให้การต่อสู้ว่าตึกพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับสามี ประเด็นข้อพิพาทจึงมีว่าตึกพิพาทเป็นของอ.หรือของจำเลย ที่ศาลยกเอาสิทธิอาศัยของบุตรจำเลยที่ได้มาโดยพินัยกรรมตามที่พิจารณาได้ความมาวินิจฉัยจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น อย่างไรก็ดี ข้อที่ว่า อ.ยกตึกพิพาทให้บุตรจำเลยอยู่อาศัยและการที่จำเลยได้อยู่ร่วมด้วยกับบุตรเป็นความสุขในครอบครัว เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ต่อสู้ไว้ ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142(5) ประกอบด้วย มาตรา 246 และ 247ว่าจำเลยมีสิทธิอาศัยในตึกพิพาทโดยอาศัยสิทธิของบุตรจำเลยโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางอารี กฤษฎาพงษ์ตามพินัยกรรม จำเลยอาศัยอยู่ในตึก 4 ชั้น เลขที่ 197 ถนนรองเมืองซอย 4 อันเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย เฉพาะชั้น 3 และชั้น 4 ในฐานะเป็นน้องสะใภ้ของโจทก์แต่ตลอดระยะเวลาจำเลยได้มีเรื่องทะเลาะกับนายสุรพัฒน์สามีจำเลย ตลอดจนญาติพี่น้องและมารดาของโจทก์โจทก์ไม่ประสงค์ที่จะให้จำเลยพักอาศัยอยู่ต่อไปจึงบอกกล่าวให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไป แต่จำเลยเพิกเฉย เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายเดือนละ 5,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและส่งมอบตึกพิพาทให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจำเลยให้การว่า

ตึกพิพาทนายสุรพัฒน์สามีจำเลยเป็นผู้สร้างขึ้นด้วยเงินของนายสุรพัฒน์ นางอารีเป็นแต่เจ้าของที่ดิน เมื่อนายสุรพัฒน์ได้สร้างตึกพิพาทขึ้นแล้ว จำเลยและนายสุรพัฒน์พร้อมทั้งบุตรได้อาศัยอยู่ตลอดมา ตึกพิพาทจึงเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนายสุรพัฒน์ มิใช่ทรัพย์สินของนางอารีแต่อย่างใดโจทก์นำคดีมาฟ้องโดยสมคบกับนายสุรพัฒน์โดยไม่สุจริต นายสุรพัฒน์หาอุบายฟ้องหย่ากับจำเลย จึงให้โจทก์มาฟ้องขับไล่จำเลยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากตึกพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกที่เคยให้จำเลยอยู่อาศัย

จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยกับสามีและบุตรได้อาศัยอยู่ในตึกพิพาทตลอดมา ตึกพิพาทสามีจำเลยเป็นผู้สร้างขึ้นเอง นางอารีเป็นเพียงเจ้าของที่ดิน ตึกพิพาทจึงเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับสามีมิใช่ทรัพย์สินของนางอารี จะเห็นได้ว่าตามคำให้การจำเลยเป็นการโต้แย้งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ที่ว่าจำเลยอยู่โดยละเมิด โดยโต้แย้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น ว่าตึกพิพาทมิใช่ทรัพย์มรดกแต่เป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับสามี ประเด็นในปัญหานี้จึงมีว่าตึกพิพาทเป็นของนางอารีหรือของจำเลย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าจำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกพิพาทโดยอาศัยสิทธิของบุตรกล่าวคือมิได้ให้การว่าบุตรของจำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกพิพาทอย่างไรอันจะทำให้จำเลยอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1563 ดังกล่าวมาโต้แย้งว่าจำเลยมิได้อยู่โดยละเมิดได้

ทั้งศาลชั้นต้นก็กำหนดเป็นประเด็นพิพาทในปัญหานี้ไว้เพียงว่า "2. ตึกพิพาทเป็นของนางอารีกฤษฎาพงษ์ หรือไม่" และไม่มีฝ่ายใดคัดค้านการกำหนดประเด็นดังกล่าว การที่ศาลล่างทั้งสองยกเอาสิทธิอาศัยของบุตรจำเลยที่ได้มาโดยพินัยกรรมตามที่พิจารณาได้ความมาวินิจฉัยจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นตามคำให้การ อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงได้ความว่านางอารีได้ทำพินัยกรรมยกเฉพาะชั้นที่ 3 ที่ 4 และดาดฟ้าของตึกพิพาทให้เป็นที่อยู่อาศัยของบุตรจำเลย ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1563 กำหนดว่าบุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ทั้งบุตรของจำเลยก็ต้องการให้จำเลยอาศัยอยู่ในตึกพิพาทร่วมกับบุตรเมื่อการได้อยู่ร่วมกันเป็นความสงบสุขในครอบครัว

ศาลฎีกาเห็นสมควรยกข้อเท็จจริงดังกล่าวอันได้มาจากพยานหลักฐานอันเกี่ยวกับประเด็นที่พิพาทในคดีนี้ขึ้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีสิทธิอยู่อาศัยในตึกพิพาทชั้นที่ 3 ที่ 4 และดาดฟ้าของตึกพิพาทโดยอาศัยสิทธิของบุตรจำเลยตามข้อกฎหมายดังกล่าว จำเลยมิได้ทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกพิพาท ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยจะมิได้ต่อสู้ไว้ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ประกอบด้วยมาตรา 246 และมาตรา 247ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
เพ็ง เพ็งนิติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · บุญธรรม อยู่พุก
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2710/2568

แม้สัญญาจำนองจะทำขึ้นก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ แต่การที่โจทก์ผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองก็ต้องปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง ท…

Supreme Court Judgment No. 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

Supreme Court Judgment No. 1759/2568

คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน แต่ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยต้องร่วมกับบริษัท บ. คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเ…

Supreme Court Judgment No. 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

Supreme Court Judgment No. 332/2568

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up