Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3573/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคแรกได้กำหนดอายุความสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดไว้ 2 กรณี คือ กรณีแรกมีอายุความหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีที่สองมีอายุความสิบปีนับแต่วันทำละเมิด ซึ่งหากเป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังกล่าวก็ถือว่าสิทธิเรียกร้อง ค่าเสียหายดังกล่าวขาดอายุความ ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริง ตามที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสี่กระทำละเมิดต่อโจทก์ ซึ่งเกินสิบปีแล้วนับถึงวันที่โจทก์นำคดีมาฟ้อง คดีโจทก์จึงขาดอายุความ บทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448ที่ให้นับอายุความสิบปีนับจากวันทำละเมิด โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าโจทก์ผู้ถูกละเมิดได้รับเงินจากการทำละเมิดของจำเลยผู้ทำละเมิดเมื่อใด ซึ่งวันทำละเมิดนั้นย่อมเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ได้กระทำหรืองดเว้นการกระทำอันเป็นมูลเหตุให้เกิดความเสียหาย ส่วนจะได้จ่ายเงินเพราะความเสียหายนั้นเมื่อใด ย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง วันทำละเมิดกับวันจ่ายเงินจากการทำละเมิดจึงแตกต่างกันวันจ่ายเงินจากการทำละเมิด จึงถือไม่ได้ว่าเป็นวัน ทำละเมิดเมื่อโจทก์ฟ้องคดีเกินสิบปีนับจากวันทำละเมิดแล้วแม้โจทก์จะฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีโจทก์ก็ขาดอายุความ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดของโจทก์มีหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจสอบรายชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ถูกแนวเขตทางหลวงจังหวัดตัดผ่าน และต้องนำเจ้าของที่ดินไปยื่นคำขอ ณ สำนักงานที่ดินที่ดินตั้งอยู่ตามระเบียบของทางราชการ แต่ด้วยความบกพร่องต่อหน้าที่และประมาทเลินเล่อของจำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่จึงไม่ได้สำรวจตรวจสอบถึงที่ดินมีกรรมสิทธิ์รายนางลำจวน ชัยมงคลเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 7397 ที่จะต้องถูกแนวเขตทางหลวงดังกล่าวตัดผ่าน ซึ่งหากจำเลยทั้งสี่ตรวจสอบพบ และนางลำจวนไปยื่นคำขอ ณ สำนักงานที่ดินไว้ โจทก์จะจ่ายค่าทดแทนให้แก่นางลำจวนเป็นเงินเพียง 26,025 บาท เนื่องจากราคาในท้องตลาดขณะนั้นราคาประเมินเพียงไร่ละ 15,000บาท แต่ด้วยความบกพร่องประมาทเลินเล่อในหน้าที่ของจำเลยทั้งสี่ดังกล่าว จึงทำให้ที่ดินรายนางลำจวนตกสำรวจและเวนคืนไปในระหว่างที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ

ต่อมาในปี 2532 โจทก์มีความจำเป็นต้องปรับปรุงแนวเขตทางหลวงจังหวัดดังกล่าว โจทก์จึงต้องจัดกรรมสิทธิ์และเวนคืนที่ดินบางส่วนในที่ดินของนางลำจวนดังกล่าว โดยไม่มีพระราชกฤษฎีกา เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวหมดอายุการใช้บังคับแล้วทำให้โจทก์ต้องจ่ายค่าทดแทนให้แก่นางลำจวนตามราคาในบัญชีกำหนดจำนวนทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมซึ่งเป็นราคากลางตามท้องตลาดที่ทางราชการกำหนดในราคาไร่ละ 600,000 บาท เป็นเงิน 1,041,000 บาท ไปหากจำเลยทั้งสี่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความถูกต้องและระมัดระวัง จำเลยทั้งสี่จะตรวจสอบพบว่าที่ดินรายนางลำจวนจะต้องถูกแนวเขตทางหลวงจังหวัดตัดผ่านและจำเลยทั้งสี่จะนำนางลำจวนไปยื่นคำขอไว้

ณ สำนักงานที่ดินภายในระยะเวลาที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ โจทก์จะจ่ายค่าทดแทนที่ดินรายนางลำจวนเป็นเงินเพียง 26,025 บาท จำเลยทั้งสี่จึงต้องร่วมกันรับผิดชดใช้เงินที่โจทก์ต้องจ่ายเพิ่มไปจำนวน1,014,975 บาท คืนแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์จ่ายเงินให้แก่นางลำจวนไปจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 293,708.34 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น1,308,683.34 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงิน 1,014,975 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้วเนื่องจากเหตุละเมิดที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่เกิดขึ้นระหว่างปี 2513 ถึงปี 2523 แต่โจทก์เพิ่งมาฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2538 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นสั่งให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า

คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่าโจทก์ฟ้องโดยอ้างว่าจำเลยทั้งสี่บกพร่องต่อหน้าที่และประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ระหว่างปี 2514 ถึง 2523 โจทก์ได้รับเงินจากการทำละเมิดของจำเลยทั้งสี่ไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2534เป็นจำนวนเงิน 1,014,975 บาท แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่30 มีนาคม 2538 เกินสิบปีแล้วนับจากวันที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสี่กระทำละเมิด ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 วรรคแรก บัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด" ตามบทบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดอายุความสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดไว้ 2 กรณี

คือกรณีแรกมีอายุความหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีที่สองมีอายุความสิบปีนับแต่วันทำละเมิด ซึ่งหากเป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังกล่าวก็ถือว่าสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าวขาดอายุความเมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสี่กระทำละเมิดต่อโจทก์อยู่ในช่วงระหว่างปี 2514 ถึงปี 2523 ซึ่งเกินสิบปีแล้วนับถึงวันที่โจทก์นำคดีมาฟ้อง คดีโจทก์จึงขาดอายุความส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เพิ่งจ่ายเงินจากการละเมิดของจำเลยทั้งสี่ไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2534 จึงถือว่ามูลละเมิดเกิดขึ้นในวันดังกล่าวนั้น เห็นว่า ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวให้นับอายุความสิบปีนับจากวันทำละเมิด โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าได้จ่ายเงินจากการทำละเมิดเมื่อใด ซึ่งวันทำละเมิดนั้นย่อมเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ได้กระทำหรืองดเว้นการกระทำอันเป็นมูลเหตุให้เกิดความเสียหาย

ส่วนจะได้จ่ายเงินเพราะความเสียหายนั้นเมื่อใด ย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่งวันทำละเมิดกับวันจ่ายเงินจากการทำละเมิดจึงแตกต่างกันวันจ่ายเงินจากการทำละเมิดจึงถือไม่ได้ว่าเป็นวันทำละเมิดส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เพิ่งทราบการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2537 และได้ฟ้องคดีในวันที่30 มีนาคม 2538 จึงไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น เห็นว่าเมื่อโจทก์ฟ้องคดีเกินสิบปีนับจากวันทำละเมิดแล้ว แม้โจทก์จะฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีโจทก์ก็ขาดอายุความเช่นกันพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ไสว จันทะศรี · สุรินทร์ นาควิเชียร · สมบัติ เดียวอิศเรศ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1856/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะหน่วยงานของรัฐให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติอ…

Supreme Court Judgment No. 399/2568

การเรียกค่าเสียหายอันเป็นค่าขาดประโยชน์ ค่าเสื่อมสภาพจากการไม่ได้ใช้ทรัพย์ และค่าใช้จ่ายพนักงานในการติดตามดำเนินคดีและทวงถามทรัพย์คืนจากจำเลยในระหว่างที่จำเลยบังคับคดีนำทรัพย์ตามฟ้องของโจทก์ไปเก็บรักษ…

Supreme Court Judgment No. 1765/2566

แม้โจทก์จะไม่ได้กล่าวมาในคำฟ้องให้ชัดเจนว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 และที่ 9 ถึงที่ 21 ให้รับผิดในความเสียหายจากการกระทำละเมิด หรือให้รับผิดในฐานะผู้แทนนิติบุคคลหรือตัวแทนกระทำโดยประมาทเลินเล่อหร…

Supreme Court Judgment No. 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

Supreme Court Judgment No. 2730/2562

การที่จำเลยทั้งสองไม่ยอมไปรับรถยนต์พิพาทคืนทั้งที่อยู่ในวิสัยที่คาดหมายได้ว่า โจทก์ไม่ดำเนินการซ่อมระบบเบรกรถยนต์พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองอย่างแน่นอน โดยยังคงจอดรถยนต์พิพาททิ้งไว้บริเวณศูนย์บริการของโจท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up