Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 355/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่โจทก์มอบเงินจำนวน 700,000 บาท ให้ น. นำไปใช้ในลักษณะวิ่งเต้นต่อเจ้าพนักงานหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือบุตรชายของโจทก์ให้เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนทหารช่างฝีมือด้วยวิธีการมิชอบ ถือเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครสอบรายอื่น ๆ มีผลก่อให้เกิดการสอบคัดเลือกที่ไม่เป็นธรรมโปร่งใส แม้โจทก์จะไม่ทราบว่า น. เอาเงินไปติดต่อกับเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่คนใดก็ดี หรือ น. เป็นคนเชื้อเชิญจนโจทก์หลงเชื่อให้เงินไปก็ดี โจทก์ก็มีส่วนสมรู้ร่วมคิดรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำของ น. ทั้งสิ้น เมื่อ น. ไม่สามารถนำบุตรชายโจทก์เข้าศึกษาได้ โจทก์เรียกเงินคืนโดย น. ทำสัญญากู้เงินตกลงชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนโจทก์ ถือว่า น. ไม่ได้กู้ยืมเงินจากโจทก์แต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องที่โจทก์ต้องการให้ น. คืนเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายในการวิ่งเต้นนำบุตรของโจทก์เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนทหารช่างฝีมือนั่นเอง วัตถุประสงค์ของการทำสัญญากู้เงินดังกล่าว จึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนย่อมตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพิพาทที่สั่งจ่ายเพื่อชำระเงินตามสัญญากู้เงินดังกล่าว ส่วนประเด็นว่าวัตถุประสงค์ของสัญญาเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยจะไม่ได้ให้การไว้โดยชัดแจ้งจำเลยก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 5 ก็มีอำนาจวินิจฉัยได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 225 วรรคสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 407,915 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 400,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 407,915 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 400,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 25 กรกฎาคม 2557) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 และที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นฎีกาว่า โจทก์ทราบจากนางนงค์รัก ว่าสามารถนำบุตรของคนอื่นเข้ารับราชการทหารได้ โจทก์จึงเจรจากับนางนงค์รักให้ช่วยเหลือนำบุตรชายของโจทก์เข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนทหารช่างฝีมือ จังหวัดนครราชสีมา และโจทก์ได้มอบเงิน 700,000 บาท ให้นางนงค์รักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ ภายหลังไม่สามารถนำบุตรชายของโจทก์เข้าศึกษาตามความต้องการได้ โจทก์จึงเรียกเงินคืนโดยนางนงค์รักทำหนังสือสัญญากู้เงิน ฉบับลงวันที่ 4 สิงหาคม 2556 ตกลงชดใช้เงิน 700,000 บาท ภายในวันที่ 30 กันยายน 2556 ตามหนังสือสัญญากู้เงิน นางนงค์รักทยอยชดใช้เงินคืนโจทก์เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท

ส่วนเงินที่เหลือนางนงค์รักให้จำเลยซึ่งเป็นน้องสาวสั่งจ่ายเช็คธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาภูเพียง ลงวันที่ 17 เมษายน 2557 จำนวน 400,000 บาท ให้โจทก์ยึดถือไว้ เมื่อเช็คถึงกำหนดชำระโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2557 โดยให้เหตุผลว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย ตามเช็คและใบคืนเช็ค

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้เงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ต้องการให้นางนงค์รักนำเงินที่ได้รับจากโจทก์ไปใช้ในลักษณะการวิ่งเต้นต่อเจ้าพนักงานหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือบุตรชายของโจทก์ให้เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนทหารช่างฝีมือด้วยวิธีการมิชอบอันเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครสอบรายอื่น ๆ ทำให้บุตรชายโจทก์ได้เปรียบผู้สมัครสอบรายอื่นๆ การกระทำของโจทก์จึงมีผลก่อให้เกิดการวัดผลสอบคัดเลือกไม่เป็นธรรมโปร่งใส เป็นการปลูกฝังธรรมเนียมปฏิบัติหรือค่านิยมขัดต่อจริยธรรมและคุณธรรมอันดีงาม ผู้ที่มีความรู้ความสามารถขาดโอกาสเข้ารับการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และประการสำคัญเป็นบ่อเกิดแห่งการทุจริตและประพฤติมิชอบในหน่วยงานของรัฐต่าง

ๆ โดยตรง แม้โจทก์จะฎีกาอ้างว่าไม่ทราบว่า นางนงค์รักเอาเงินไปติดต่อกับเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่คนใดก็ดี นางนงค์รักเป็นคนเชื้อเชิญจนโจทก์หลงเชื่อจึงให้เงินไปวิ่งเต้นก็ดี ถือได้ว่าโจทก์มีส่วนสมรู้ร่วมคิดรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำของนางนงค์รักทั้งสิ้น นางนงค์รักไม่ได้กู้ยืมเงิน 700,000 บาท จากโจทก์แต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องที่โจทก์ต้องการให้นางนงค์รักคืนเงินจำนวนดังกล่าวที่เป็นค่าใช้จ่ายในการวิ่งเต้นนำบุตรของโจทก์เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนทหารช่างฝีมือจังหวัดนครราชสีมานั่นเอง วัตถุประสงค์ของการทำสัญญากู้เงิน จึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทได้

ส่วนที่โจทก์ฎีกาอ้างว่าจำเลยไม่ได้ให้การถึงเรื่องวัตถุประสงค์ของการทำสัญญากู้เงินเป็นโมฆะไว้โดยชัดแจ้งนั้น เห็นว่า ประเด็นว่าวัตถุประสงค์ของสัญญาเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะไม่ได้ให้การไว้โดยชัดแจ้งจำเลยก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 5 ก็มีอำนาจวินิจฉัยถึงประเด็นเช่นว่านี้ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 มาตรา 225 วรรคสอง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
วิจิตร วิสุชาติ · จินดา ปัณฑะโชติ · ชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์
Lower court
ศาลจังหวัดน่าน - นายดำรง เรืองขจร
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวิสุทธิ์ กลิ่นพร
Supreme Court black case no.
พ.3398/2558
Trial court black case no.
พ270/2557
Trial court red case no.
พ33/2558
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

Supreme Court Judgment No. 415/2567

ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการเข้าอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินชั่วคราว ตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก จังหวัดเพชรบูรณ์ ฉบับที่ 410/2528 ตำบลทุ่งสมอ กิ่งอำเภอเข้าค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นที่ดินของรัฐ ที่ผู้ว่…

Supreme Court Judgment No. 822/2567

จำเลยทำสัญญาให้โจทก์เป็นนายหน้าขายที่ดินตกลงค่านายหน้าในอัตราร้อยละ 3 จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดได้ โจทก์ฟ้องตั้งรูปคดีว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญากับโจทก์โดยไม่สุจริตปราศจากมูลที่จะอ้างตามส…

Supreme Court Judgment No. 2611/2562

แม้อนุญาโตตุลาการของสมาคมฝ้ายระหว่างประเทศจะมีคำชี้ขาดในวันที่ 24 กันยายน 2555 ก็ตาม แต่เมื่อกรณียังสามารถอุทธรณ์คำชี้ขาด แก้ไขข้อผิดพลาดข้อผิดหลงเล็กน้อย หรือตีความอธิบายข้อความหรือส่วนหนึ่งส่วนใดในค…

Supreme Court Judgment No. 6601/2558

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์ทำกับ ส. ข้อ 1 ระบุว่า ส. จะขายที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ ข้อนี้จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีมาตั้งแต่ยื่นคำให้การใน

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up