Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3541/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อชื่อสัญญาระบุว่าเป็นสัญญาจองพื้นที่ในอาคารเนื้อหาในสัญญาก็ระบุชัดแจ้งว่าโจทก์ทั้งสี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวให้ครบถ้วนแล้วจำเลยจึงจะไปจดทะเบียนให้เช่าพื้นที่ที่จองอีกทั้งขณะทำสัญญาจำเลยก็ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ในอาคารให้แก่โจทก์ทั้งสี่ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในลักษณะเช่าทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา537และ546สัญญาจองพื้นที่ในอาคารจึงไม่เป็นสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์แต่เป็นเอกเทศสัญญาประเภทหนึ่งซึ่งบังคับกันได้ตามสัญญา สัญญาไม่ได้ระบุห้ามโจทก์ทั้งสี่โอนสิทธิการจองให้ผู้อื่นเมื่อโจทก์ทั้งสี่แจ้งให้จำเลยทราบว่าได้ขายสิทธิการจองให้ผู้อื่นจะถือว่าโจทก์ทั้งสี่ผิดสัญญาไม่ได้จำเลยจึงอาศัยเหตุนี้บอกเลิกสัญญาไม่ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกันทำสัญญาจองพื้นที่ชั้นที่ 1 ในอาคารบางกะปิคอมเพล็กซ์ของจำเลยจำนวน10 ซุ้ม ต่อมาโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ได้โอนขายสิทธิตามสัญญาจองพื้นที่ในอาคารให้แก่นายไชยพร สุขศรีบุญอำไพ ในราคาซุ้มละ 1,200,000บาท ส่วนของโจทก์ที่ 3 และที่ 4 ได้โอนขายสิทธิตามสัญญาจองพื้นที่ในอาคารให้แก่โจทก์ที่ 2 ในฐานะส่วนตัว ในราคาซุ้มละ 1,000,000บาท พร้อมกับมีหนังสือแจ้งกำหนดเข้าทำสัญญาและนัดจดทะเบียนกับจำเลย แต่จำเลยได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาและริบเงินมัดจำของโจทก์ทั้งสี่โดยอ้างว่าโจทก์ทั้งสี่ไม่มีสิทธิโอนขายสิทธิตามสัญญาให้แก่บุคคลอื่นได้ ซึ่งความจริงจำเลยได้นำพื้นที่ในอาคารที่โจทก์ทั้งสี่จองไว้ให้ผู้อื่นเช่าในราคาที่สูงกว่าที่ทำสัญญากับโจทก์

การบอกเลิกสัญญาของจำเลยเป็นเหตุให้นายไชยพรและโจทก์ที่ 2 ในฐานะส่วนตัวบอกเลิกการซื้อสิทธิตามสัญญาจองดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสี่ ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนการเช่าพื้นที่ในอาคารบางกะปิคอมเพล็กซ์จำนวน 10 ซุ้ม มีกำหนด 20 ปีแก่โจทก์ทั้งสี่ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย หากจำเลยไม่สามารถจดทะเบียนการเช่าดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสี่ได้ก็ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 200,000 บาท พร้อมกับค่าขาดประโยชน์ทางการค้า 24,000,000 บาท ค่าเสียหายพิเศษอีก43,200,000 บาท และค่าเสียหายที่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ได้จ่ายให้แก่นายไชยพรอันเกิดจากการเลิกสัญญา 1,000,000 บาทรวมเป็นเงิน 68,400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า

สัญญาจองพื้นที่ในอาคารตามฟ้องเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ทำสัญญาจอง และตามสัญญาไม่มีข้อตกลงให้โจทก์ทั้งสี่โอนขายสิทธิการเช่าตามสัญญาให้แก่บุคคลภายนอกได้ จำเลยไม่ประสงค์ให้โจทก์โอนขายสิทธิการเช่าดังกล่าว การที่โจทก์ทั้งสี่โอนขายสิทธิตามสัญญาจองพื้นที่ในอาคารจึงเป็นการผิดสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบเงินมัดจำ 200,000 บาท จำเลยบอกเลิกสัญญาต่อโจทก์ทั้งสี่แล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายของโจทก์ทั้งสี่ ค่าขาดประโยชน์และค่าเสียหายพิเศษที่โจทก์ทั้งสี่เรียกร้องมาสูงเกินไป ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนการเช่าพื้นที่อาคารบางกะปิคอมเพล็กซ์ ชั้นที่ 1 จำนวน 10 ซุ้ม มีกำหนด 20 ปีให้แก่โจทก์ทั้งสี่ โดยให้โจทก์ทั้งสี่ชำระเงินค่าตอบแทนส่วนที่เหลือจำนวน 2,800,000 บาท ให้แก่จำเลย

หากไม่สามารถจดทะเบียนการเช่าให้โจทก์ได้ ให้จำเลยคืนเงินมัดจำจำนวน 200,000 บาทกับค่าเสียหายจำนวน 1,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยโจทก์ทั้งสี่และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงินมัดจำจำนวน200,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์ทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ทั้งสี่ข้อแรกว่า สัญญาจองพื้นที่ในอาคารตามเอกสารหมาย จ.6 และ จ.7เป็นสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยหรือไม่และโจทก์ทั้งสี่มีสิทธิขอบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวและเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่หรือไม่เห็นว่า สัญญาดังกล่าวระบุไว้ชัดเจนที่หัวสัญญาว่า สัญญาจองพื้นที่ในอาคาร และข้อ 1 ก็ระบุว่า จำเลยตกลงให้โจทก์ทั้งสี่จองพื้นที่ในอาคารเพื่อเช่าทำการค้า มีกำหนดเวลา 20 ปี นับแต่วันที่ทั้งสองฝ่ายไปทำสัญญาจดทะเบียนการเช่าที่ที่ว่าการเขตบางกะปิกรุงเทพมหานคร ข้อ 4 ระบุจำนวนเงินค่าตอบแทนในการที่ได้มาใช้สถานที่ทำการค้าและบริการซุ้มละ 300,000 บาท

ค่าเช่าเดือนละ5,000 บาท ต่อ 1 ซุ้มโดยชำระเงินในวันทำสัญญาจองซุ้มละ 20,000 บาทเมื่อจำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทั้งสี่เข้าไปดำเนินการแต่งห้องเพื่อใช้สถานที่ โจทก์ทั้งสี่จะต้องชำระเงินส่วนที่เหลือทั้งหมดแล้วจำเลยจะได้นัดวันไปจดทะเบียนการเช่าทันที ข้อ 7 ระบุว่าเมื่อจำเลยแจ้งให้โจทก์ทั้งสี่เป็นหนังสือให้ชำระเงินที่เหลือหรือไปทำสัญญาเช่าและให้เข้าดำเนินการแต่งสถานที่ตามพื้นที่ที่จองไว้ หากโจทก์ทั้งสี่ไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน โจทก์ทั้งสี่ยินยอมให้จำเลยเลิกสัญญาได้ทันทีและริบเงินค่าจองที่ชำระไว้ทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อชื่อสัญญาระบุว่าเป็นสัญญาจองพื้นที่ในอาคารเนื้อหาในสัญญาก็ระบุชัดแจ้งว่าโจทก์ทั้งสี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวให้ครบถ้วน แล้วจำเลยจึงจะไปจดทะเบียนให้เช่าพื้นที่ที่จอง

อีกทั้งขณะทำสัญญาจำเลยก็ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ในอาคารให้แก่โจทก์ทั้งสี่ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในลักษณะเช่าทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 และมาตรา 546สัญญาจองพื้นที่ในอาคารตามเอกสารหมาย จ.6 และ จ.7 จึงไม่เป็นสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย แต่เป็นเอกเทศสัญญาประเภทหนึ่งซึ่งบังคับกันได้ตามสัญญา และในสัญญาก็ไม่ได้ระบุห้ามโจทก์ทั้งสี่โอนสิทธิการจองให้ผู้อื่น เมื่อโจทก์ทั้งสี่แจ้งให้จำเลยทราบว่าได้ขายสิทธิการจองให้ผู้อื่น จะถือว่าโจทก์ทั้งสี่ผิดสัญญาไม่ได้ จำเลยจึงอาศัยเหตุนี้บอกเลิกสัญญาไม่ได้เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า อาคารพิพาทเริ่มเปิดบริการเมื่อวันที่29 มิถุนายน 2533 จำเลยต้องแจ้งให้โจทก์ทั้งสี่ชำระเงินค่าตอบแทนส่วนที่เหลือเพื่อนัดวันไปจดทะเบียนการเช่าต่อไป และปรากฎว่าโจทก์ทั้งสี่ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยไปจดทะเบียนการเช่าพื้นที่ตามสัญญาจองพื้นที่ในอาคารดังกล่าวในวันที่ 25 และ 31 กรกฎาคม2533 และรับชำระเงินส่วนที่เหลือแล้ว จำเลยตอบปฏิเสธ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิขอบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาและเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่ได้ฎีกาโจทก์ทั้งสี่ฟังขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3208/2565

เมื่อโจทก์ไม่สามารถผ่อนชำระค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยยังคงค้างชำระ 1,819,355 บาท วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมส…

Supreme Court Judgment No. 735/2548

สัญญามีข้อความและรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เช่า ระยะเวลาการเช่าค่าเช่าที่ผู้เช่าตกลงชำระเป็นรายเดือน หน้าที่ของผู้เช่า การสูญหายและเสียหายของทรัพย์สินที่เช่า การผิดสัญญา สิทธิในการยกเลิกสัญญาของผ…

Supreme Court Judgment No. 185/2546

ทรัพย์สินที่บริษัทโจทก์ให้จำเลยได้สิทธิเป็นผู้เช่าเป็นร้านค้าเพื่อใช้เป็นที่ประกอบการค้า จึงเป็นการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/33(3) ให้สิทธิเรียกร้องค่าเช่าทรัพย์สิ…

Supreme Court Judgment No. 5730/2545

สัญญาเช่าสิทธิขายอาหารและสิ่งพิมพ์ประจำสถานีรถไฟมีข้อความว่าถ้าผู้เช่าประพฤติผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้เช่ามีสิทธิที่จะเลิกสัญญาเสียได้ทันที ส่วนเงินประกันและเงินค่าเช่าที่เก็บล่วงหน้าไว้ ผู้ให้เช่า…

Supreme Court Judgment No. 8810/2543

จำเลยตกลงทำสัญญาเช่ารถยนต์คันพิพาทกับโจทก์ตามเอกสารซึ่งระบุว่า เป็นสัญญาให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง มีกำหนด 48 เดือน ค่าเช่าเดือนละ 19,100 บาท หรือคิดเป็นเงินค่าเช่าทั้งหมด 916,800 บาท และเงินประกันการ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up