คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลย จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยไม่บริสุทธิ์ แต่รับว่าพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาหาว่าจ่ายเช็ครายนี้ให้โจทก์โดยไม่มีเงินอยู่ในธนาคาร ซึ่งต่อมาศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยให้การแต่เพียงว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยไม่บริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์อย่างไรมิได้แสดงไว้ จึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๖๗ และ ๙๘๙ ผู้ทรงเช็คมีสิทธิว่ากล่าวเอาแก่ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังเรียงตัวหรือรวมกันก็ได้ โดยพิพักต้องดำเนินตามลำดับที่คนเหล่านั้นมาต้องผูกพัน ดังนั้น การที่โจทก์ไม่ฟ้องผู้สลักหลังก่อน จึงไม่เป็นพิรุธ เมื่อจำเลยแถลงตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลว่าจะขอสืบพยานเพียง ๒ ข้อ จำเลยจึงจะขอสืบพยานในประเด็นข้ออื่นนอกจาก ๒ ข้อนั้นมิได้. ในคดีอาญาที่จำเลยถูกลงโทษนั้น ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาฟังได้ว่าจำเลยยอมให้นายไมตรีกรอกจำเนินเงินในเช็คได้ เมื่อนายไมตรีกรอกแล้ว จำเลยก็มิได้คัดค้านประการใด เพียงแต่ขอผัดเรื่อย ๆ ย่อมเพียงพอที่จะฟังมาวินิจฉัยในคดีนี้ได้แล้วว่าจำเลยต้องรับผิดตามนั้น
Result
พิพากษายืน.