คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ยืมเงินจำเลยรับว่าได้ทำสัญญากู้ยืมตามฟ้อง แต่ต่อสู้ว่า ขณะที่ทำสัญญานั้น โจทก์กับจำเลยได้ตกลงกันด้วยวาจาว่าให้จำเลยชำระหนี้นี้ด้วยข้าวเปลือกจำนวน 3 เกวียนก็ได้ ซึ่งต่อมาจำเลยได้นำข้าวเปลือก 3 เกวียนไปชำระให้โจทก์แล้ว หนี้จึงระงับศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับจำเลยฎีกา และฎีกาข้อ 6 มีว่า "โจทก์ฟ้องคดีนี้มาโดยอาศัยหลักฐานอย่างหนึ่งแต่เมื่อได้ฟังคำเบิกความของจำเลยและพยานแล้วจึงมาตั้งรูปเรื่องเพื่อเบิกความพยายามหักล้างคำพยานจำเลยไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะเห็นได้ง่าย ๆ ก็ในเรื่องเงินดอกเบี้ย 300 บาทนั้นถ้าโจท์มีเจตนาสุจริต โจทก์น่าจะกล่าวและบรรยายมาในฟ้องให้ปรากฏ"
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยนำพยานบุคคลสืบตามคำให้การได้ ไม่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงเอกสาร ไม่ขัดประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94เพราะเป็นการนำสืบถึงการชำระหนี้เพื่อให้หนี้ระงับไปส่วนฎีกาข้อ 6 นั้น เป็นฎีกาที่ไม่ได้ยกข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงโดยชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยปประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายืน