คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ทั้งเจ็ดฟ้องขอให้การจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับนายสำราญเจ้ามรดก ฉบับลงวันที่ 24 กันยายน 2545 ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1507
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ในวันสืบพยานโจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1507 วรรคสองหรือไม่ และโจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1508 วรรคหนึ่งหรือไม่
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ทั้งเจ็ดและจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งเจ็ด ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์ทั้งเจ็ดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืนค่าฤชาธรรมเนียม ชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ทั้งเจ็ดฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1508 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การสมรสที่เป็นโมฆียะเพราะคู่สมรสสำคัญผิดตัวหรือถูกฉ้อฉลหรือถูกข่มขู่ เฉพาะแต่คู่สมรสที่สำคัญผิดตัวหรือถูกกลฉ้อฉล หรือถูกข่มขู่เท่านั้นขอเพิกถอนการสมรสได้" คดีนี้โจทก์ทั้งเจ็ดมิใช่ผู้ถูกข่มขู่จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอเพิกถอนการสมรสได้
Result
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ