Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3520/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ทางราชการออกให้แก่โจทก์ ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 58 ทวิห้ามโอนภายใน 10 ปีนั้น เป็นที่ดินที่รัฐยังไม่มอบสิทธิครอบครองให้แก่โจทก์ จึงยังไม่มีสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ.หรือตาม ป. ที่ดิน ดังนั้นโจทก์ไม่อาจโอนสิทธิครอบครองตามป.พ.พ. มาตรา 1377 หรือมาตรา 1378 ให้ผู้อื่นได้ การที่โจทก์ขายและมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่บิดาโจทก์ภายในกำหนดเวลาห้ามโอน แล้วต่อมาบิดาโจทก์ได้นำไปขายและมอบการครอบครองให้แก่จำเลยครอบครองทำกินโดยจะไปโอนให้จำเลยหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาห้ามโอนแล้วนั้น จำเลยหาอาจยกสิทธิครอบครองขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ไม่.

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 1377 ป.พ.พ. Section 1378 ป.ที่ดิน Section 58

คำฟ้องและคำให้การ

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ทางราชการออกให้แก่โจทก์ ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 58 ทวิห้ามโอนภายใน 10 ปีนั้น เป็นที่ดินที่รัฐยังไม่มอบสิทธิครอบครองให้แก่โจทก์ จึงยังไม่มีสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ.หรือตาม ป. ที่ดิน ดังนั้นโจทก์ไม่อาจโอนสิทธิครอบครองตามป.พ.พ. มาตรา 1377 หรือมาตรา 1378 ให้ผู้อื่นได้ การที่โจทก์ขายและมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่บิดาโจทก์ภายในกำหนดเวลาห้ามโอน แล้วต่อมาบิดาโจทก์ได้นำไปขายและมอบการครอบครองให้แก่จำเลยครอบครองทำกินโดยจะไปโอนให้จำเลยหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาห้ามโอนแล้วนั้น จำเลยหาอาจยกสิทธิครอบครองขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ไม่.

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4205 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิซึ่งเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ห้ามโอนตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 31 แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่334 โจทก์มอบให้นายพัด ที่ดินดำ บิดาโจทก์ทำกินชั่วคราว ต่อมาบิดาโจทก์ถึงแก่กรรม โจทก์จะเข้าทำกินจึงทราบว่าจำเลยได้บุกรุกเข้าครอบครองที่ดินของโจทก์ดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยออกจากที่ดินและใช้ค่าเสียหาย 8,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 4,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจำเลยทั้งสี่ให้การว่า ที่ดินตามฟ้องโจทก์มอบให้บิดาโจทก์ขายให้แก่จำเลยโดยทำสัญญาจะซื้อจะขาย โจทก์จะโอนทะเบียนให้ภายหลัง

จำเลยเข้าครอบครองตั้งแต่ทำสัญญาและโจทก์สละการครอบครองแล้ว ที่ดินตามฟ้องมิได้ห้ามโอนเด็ดขาด เมื่อพ้นกำหนดโจทก์มีหน้าที่โอนให้จำเลย โจทก์ไม่เสียหาย ค่าเสียหายตามฟ้องไม่แน่นอนศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ออกจากที่ดินพิพาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยโจทก์จำเลยไม่ได้โต้แย้งฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ทางราชการออกให้แก่โจทก์เมื่อ พ.ศ.2519 โดยมีข้อกำหนดห้ามโอนสิบปี ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา58 ทวิ ก่อนพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว โจทก์ขายและมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่บิดาโจทก์ และต่อมาบิดาโจทก์ได้ขายที่ดินพิพาทและมอบที่ดินพิพาทให้จำเลยทั้งสี่ครอบครองทำกินตลอดมา

คงมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่ว่า การที่โจทก์ขายและมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่บิดาโจทก์ และบิดาโจทก์ได้ขายที่ดินพิพาทและมอบการครอบครองให้กับจำเลยทั้งสี่โดยจะไปโอนให้จำเลยทั้งสี่หลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาห้ามโอนแล้วมีผลสมบูรณ์หรือไม่เห็นว่าประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 58 ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2521 มาตรา 5 วรรคห้า บัญญัติว่า "ภายในสิบปีนับแต่วันที่ได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้บุคคลตามวรรคสอง (3) ซึ่งได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินดังกล่าวโอนที่ดินนั้นให้แก่ผู้อื่น เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกหรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง หรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้ และได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์แล้ว" และวรรคหกบัญญัติว่า

"ภายในกำหนดระยะเวลาห้ามโอนตามวรรคห้า" ที่ดินนั้นไม่อยู่ในข่ายการบังคับคดี" ดังนั้นที่ดินพิพาทที่โจทก์ได้รับมาตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 58 ทวิซึ่งอยู่ระหว่างกำหนดห้ามโอนภายในสิบปีนั้น จึงเป็นที่ดินที่รัฐยังไม่มอบสิทธิครอบครองให้แก่โจทก์ โจทก์ซึ่งยึดถือที่ดินพิพาทที่มีเงื่อนไขดังกล่าว จึงยังไม่มีสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือตามประมวลกฎหมายที่ดิน โจทก์ไม่อาจโอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1377 หรือ 1378 ให้แก่ผู้อื่นได้ จำเลยจึงไม่อาจยกสิทธิครอบครองขึ้นต่อสู้โจทก์..."

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เคียง บุญเพิ่ม · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2757/2538

ที่ดินที่จำเลยได้รับมาตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา58ทวิซึ่งอยู่ระหว่างกำหนดระยะเวลาห้ามโอนภายใน10ปีเป็นที่ดินที่รัฐยังไม่ได้มอบสิทธิครอบครองให้แก่จำเลยจำเลยคงมีสิทธิเพียงทำประโยชน์ในที่ดินเท่านั้นเมื่อจ…

Supreme Court Judgment No. 1476/2561

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจากพระภิกษุ ป. และเข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา แต่ที่ดินพิพาทกลับมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของ และมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับซื้…

Supreme Court Judgment No. 3071/2554

จำเลยซื้อที่ดินพิพาทมาตั้งแต่ที่ดินพิพาทยังเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์และจำเลยได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา โดย ส. มารดาโจทก์ผู้ขายซึ่งเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมีเจตนาสละการครอบครอง…

Supreme Court Judgment No. 15551/2553

ที่ดินพิพาทที่ซื้อขายกันเป็นที่ดินมือเปล่า (ภ.บ.ท.5) เจ้าของที่ดินมีเพียงสิทธิครอบครอง เมื่อตามสัญญาระบุว่าจำเลยทั้งสองส่งมอบที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และโจทก์ชำระราคาแก่จำเลยทั้งสองแล้วในวันทำสัญญา โจทก์…

Supreme Court Judgment No. 12473/2553

การที่จำเลยที่ 1 ขายที่ดินให้แก่ ป. และมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้โดยมิได้กลับเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินอีก แสดงว่าจำเลยที่ 1 สละเจตนาครอบครองไม่ยึดถือที่ดินพิพาทอีกต่อไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1377 วรรคหนึ่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up