คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า นางทองพรม โจทก์ได้กู้เงินจำเลย 50 บาท แล้วเอาที่นาให้ทำต่างดอกเบี้ยแปลงหนึ่ง ในสัญญามีใจความว่า "ข้าพเจ้ามีความเต็มใจขายให้นางบุญเรืองเป็นราคา 50 บาท ภายในกำหนด 6 เดือนตั้งแต่วันทำหนังสือสัญญากันนี้เป็นต้นไปต่อเมื่อหน้า เมื่อพ้นกำหนด 3 ปีไปแล้ว ถ้าข้าพเจ้าและบุตรหลายคนหนึ่งคนใด จะไถ่ถอนจะคิดดอกเบี้ยให้นางบุญเรืองตามราคาเงิน 50 บาท" บัดนี้นางทองพรมขอชำระเงินกู้ และดอกเบี้ยจำเลยไม่ยอมรับเงินและไม่คืนนา จึงขอให้บังคับ
จำเลยให้การว่านาพิพาท นางทองพรมขายขาดจำเลยได้ครอบครองถือสิทธิเป็นเจ้าของมา 16 ปี จำเลยได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 โดยบริบูรณ์แล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์หมดสิทธิไถ่คืนแล้วพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยไม่ได้กรรมสิทธิ์ฐานปกครองปรปักษ์ พิพากษากลับ ให้โจทก์ชนะคดีจำเลยฎีกาศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า ข้อสัญญาในคดีนี้เป็นทำนองไถ่ถอนคืน เช่นสัญญาขายฝาก ฉะนั้น เมื่อไม่ได้ทำสัญญาขายฝากโดยถูกต้องก็เป็นโมฆะ เพราะการขายทรัพย์ไปโดยให้ไถ่ถอนนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีบทบัญญัติเรื่องขายฝากไว้ แสดงให้เห็นว่า จะทำโดยประการอื่นมิได้ ฉะนั้นถ้าไม่ทำให้ถูกต้องเป็นสัญญาขายฝาก ข้อสัญญานั้นก็ขัดกับกฎหมาย ข้อสัญญาในคดีนี้ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวแล้ว โจทก์จะเอาที่ดินคืนโดยอาศัยข้อสัญญานี้หาได้ไม่พิพากษากลับให้ยกฟ้อง