คำฟ้องและคำให้การ
คดีได้ความว่า โจทก์จำเลยมีที่ดินอยู่ติดต่อกัน และจำเลยมีสิทธิอาศัยใช้ลานนวดข้าวในที่ดินของโจทก์ ต่อมาจำเลยขุดหลุมทำรั้วในที่ ๆ อาศัย ทั้งปิดประตูรั้วที่โจทก์ทำไว้ แล้วรื้อรั้วทำเป็นประตูขึ้นใหม่ และนำฟางข้าวไปกองในที่อาศัยโดยโจทก์ไม่อนุญาต โจทก์จึงฟ้องขอให้ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง และให้ทำรั้วกับที่ดินคืนสภาพเดิม พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหาย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชนะคดี แต่ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑ บาท
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๔ บาท และให้จำเลยทำรั้วให้คงสภาพเดิม ศาลฎีกาได้วินิจฉัยฉะเพาะในฎีกาปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์โดยลำดังคือ ๑. ข้อที่โจทก์ว่า ศาลชั้นต้นให้โจทก์สืบก่อนไม่ชอบ และเมื่อจำเลยไม่นำสืบก่อน ศาลไม่ควรฟังพะยานจำเลยเสียทีเดียวนั้นเห็นว่า รับฟังไม่ได้ เพราะโจทก์ได้ตกลงรับรองไว้ในรายงานพิจารณาแล้วว่า ตนจะเป็นฝ่ายนำสืบก่อน ๒. โจทก์ว่า สิทธิอาศัยของจำเลยอันได้มาโดยคำพิพากษาในคดีก่อนนั้น จำเลยยังไม่ได้ขอให้บังคับ และจดทะเบียนสิทธิ จำเลยจึงยังไม่มีอำนาจเข้าไปทำการอันใดในที่ดินนั้นได้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าคำพิพากษาของศาลที่ให้บุคคลมีสิทธิใด ๆ ก็ย่อมได้สิทธินั้น โดยไม่จำเป็นต้องขอให้ศาลบังคับ ส่วนการจดทะเบียนสิทธินั้น ก็เพื่อใช้ยันบุคคลภายนอก โจทก์ซึ่งเป็นคู่ความในคดีเรื่องก่อนหาอาจยกขึ้นใช้ยันจำเลยได้ไม่ ๓. โจทก์ว่า เมื่อศาลชี้ขาดว่า จำเลยละเมิดสิทธิ และใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแก่ที่ดินของโจทก์ จึงขอห้ามจำเลยดังนี้ เห็นว่าจำเลยได้ใช้สิทธิแห่งการอาศัยเกินขอบเขตต์ไปบ้างเล็กน้อย การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นปฏิปักษ์แก่กรรมสิทธิของโจทก์แต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลระงับตัดสิทธิของจำเลย