Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3506/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้จะได้ความว่าเหตุเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันและไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รถยนต์ของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ล้วนมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าวทั้งหมด จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างลูกหนี้ร่วม โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 หรือคนใดคนหนึ่งต้องรับผิดต่อโจทก์เต็มจำนวนความเสียหายโดยจะแบ่งความรับผิดต่อโจทก์หาได้ไม่ จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งละเมิดดังกล่าวเช่นกัน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 761,187.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 212,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (10 มกราคม 2540) จนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน จำนวน 312,000 บาท โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดชำระต้นเงิน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 10 มกราคม 2540) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสามไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า ในวันเวลาเกิดเหตุโจทก์ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก - 2599 ยะลา ไปตามถนนติวานนท์มุ่งหน้าไปทางสี่แยกแคลาย เมื่อถึงสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชลล์ก่อนถึงสี่แยกแคลายประมาณ 300 เมตร มีจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 3 อ - 4789 กรุงเทพมหานครและจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 ก - 1341 กรุงเทพมหานครสวนทางมาและรถยนต์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เฉี่ยวชนกันเป็นเหตุให้รถยนต์ของจำเลยที่ 1 เสียหลักแล่นเข้าไปในช่องเดินรถที่สวนมาและชนรถยนต์ที่โจทก์ขับได้รับความเสียหาย ต่อมาพนักงานอัยการฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกและคดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาว่า

จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 13/2542 ของศาลชั้นต้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ว่า จำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์หรือไม่เพียงใด ในข้อที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่า จำเลยที่ 3 รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน 3 อ - 4789 กรุงเทพมหานคร คุ้มครองตั้งแต่วันที่เท่าใดสิ้นสุดวันที่เท่าใดและรับผิดอย่างไรนั้น เห็นว่า ในเรื่องนี้ตามคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายมาแล้วว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน 3 อ - 4789 กรุงเทพมหานคร มีจำเลยที่ 1 เป็นผู้เอาประกันภัยตามสัญญาประกันภัยดังกล่าว จำเลยที่ 3 ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเกิดแก่บุคคลที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดและเหตุละเมิดในคดีนี้เกิดขึ้นในระหว่างอายุสัญญาประกันภัยที่จำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดชอบ

ความเสียหายในคดีนี้เกิดจากการทำละเมิดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 3 จะต้องร่วมรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 3 อ - 4789 กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 3 ให้การต่อสู้ในเรื่องนี้เพียงว่า ตามเงื่อนไขของสัญญากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน 3 อ - 4789 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 3 จะรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อบุคคลภายนอกตามกฎหมาย และไม่เกินจำนวนเงิน 250,000 บาท จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดเกินจำนวนเงิน 250,000 บาท เท่านั้น สำหรับจำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การต่อสู้ถึงเรื่องนี้ไว้แต่อย่างใด ดังนี้แม้โจทก์จะเป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงว่าเหตุละเมิดในคดีนี้เกิดขึ้นในระหว่างอายุสัญญาประกันภัยที่จำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดดังกล่าวและภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้นตกแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยไม่ได้ให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างดังกล่าวโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง

ถือว่าจำเลยที่ 3 รับข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้างนั้นแล้วและไม่เป็นประเด็นข้อพิพาท โจทก์จึงไม่จำต้องนำสืบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 (1) ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า เหตุละเมิดคดีนี้เกิดขึ้นในอายุสัญญาประกันภัยที่จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน 3 อ - 4789 จากจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดในเหตุละเมิดดังกล่าว จำเลยที่ 3 ก็ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องรับผิดในความเสียหายร่วมกัน จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องรับผิดคนละหนึ่งส่วนเท่า ๆ กัน เมื่อจำเลยที่ 1 รับผิดกึ่งหนึ่ง

จำเลยที่ 3 ซึ่งเข้ารับผิดแทนจำเลยที่ 1 ก็ต้องรับผิดในค่าเสียหายกึ่งหนึ่งเช่นกันนั้น เห็นว่า แม้จะได้ความว่าเหตุเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันและไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รถยนต์ของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ล้วนมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าวทั้งหมด จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างลูกหนี้ร่วม โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 หรือคนใดคนหนึ่งต้องรับผิดต่อโจทก์เต็มจำนวนความเสียหายโดยจะแบ่งความรับผิดต่อโจทก์หาได้ไม่จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งละเมิดดังกล่าว

เช่นกัน จำเลยที่ 3 จะแบ่งความรับผิดต่อโจทก์ดังจำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาไม่ได้ ส่วนที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาในข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 3 รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินไม่เกิน 250,000 บาท รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 877 วรรคสาม บัญญัติห้ามมิให้คิดเฉพาะค่าสินไหมทดแทนเท่านั้นที่ต้องไม่เกินไปกว่าจำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัยไว้ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมศาลเป็นเรื่องของคู่ความในคดีที่จะต้องรับผิดในการสู้ความหรือดำเนินคดีของคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งเป็นความรับผิดต่างหากจากความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ดังกล่าว จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าว ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยแล้วว่า จำเลยที่ 3 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ แต่จำกัดความรับผิดไว้สำหรับต้นเงินเพียง 250,000 บาท โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดชำระต้นเงิน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องนั้น จึงยังไม่ชัดเจนศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องชัดเจน"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน 312,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 มกราคม 2540) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดจำนวน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 155

Matter details

Panel of judges
พินิจ บุญชัด · สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · พันวะสา บัวทอง
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2370/2526

โจทก์เอาประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันเกิดเหตุไว้แก่จำเลย ลูกจ้างของโจทก์ขับรถยนต์ดังกล่าวโดยประมาทไปชนรถยนต์ของ ร. เสียหายร. จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์และจำเลย คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

Supreme Court Judgment No. 7078/2560

จำเลยที่ 1 เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จัดให้มีบริการที่จอดรถ นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แล้ว ยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่มาซื้อสินค้าหรือใช้บริการอื่นภายในห้างสรรพสินค…

Supreme Court Judgment No. 9481/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถโดยสารหมายเลขทะเบียน 31-0857 กรุงเทพมหานคร และหมายเลขทะเบียน 31-4326 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 ขับรถโดยสารไม่ประจำทางหมายเลขทะเบีย…

Supreme Court Judgment No. 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up