Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3502/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2)หาจำเป็นต้องถึงกับเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาททางอาญาไม่เพียงแต่ได้ความว่า เจตนาดูหมิ่นก็ถือว่าประพฤติเนรคุณแล้ว จำเลยซึ่งได้รับการให้ที่ดินจากโจทก์ผู้เป็นบิดาด่าว่าโจทก์ว่า "ไอ้แก่กูไม่นับมึงเป็นพ่อ ออกไปให้พ้น ไม่ไปมึงตายกูไม่รับรู้" เป็นการแสดงเจตนาดูหมิ่นโจทก์เรียกโจทก์ว่าไอ้แก่ ขึ้นมึงขึ้นกูกับโจทก์ว่าไม่นับถือโจทก์เป็นบิดา ขับไล่โจทก์ออกไปให้พ้น มิฉะนั้นโจทก์ตายจำเลยไม่รับรู้ ย่อมทำให้โจทก์อับอายเสียชื่อเสียงและเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้ถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดาจำเลย โจทก์ได้ยกที่ดินมือเปล่าเนื้อที่ 9 ไร่ ให้แก่จำเลยโดยเสน่หา ต่อมาจำเลยได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ในที่ดินดังกล่าว จำเลยได้ประพฤติเนรคุณ ต่อโจทก์โดยจำเลยขับไล่โจทก์ไม่ให้อยู่ในที่ดินดังกล่าว และด่าโจทก์ด้วยถ้อยคำหยาบคายอันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงว่า "ไอ้แก่ กูไม่นับมึงเป็นพ่อ ออกไปให้พ้นไม่ไปมึงตายกูไม่รับรู้" และจำเลยบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของอันจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ในเวลาที่โจทก์ยากไร้และจำเลยยังสามารถให้ได้ ขอให้ถอนคืนการให้ และบังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 3146 และส่งมอบที่ดินคืนแก่โจทก์ในสภาพที่ปลอดจากสิทธิและภาระติดพันอย่างใด

ๆ และห้ามจำเลยเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยจดทะเบียนสิทธิที่ดินคืนแก่โจทก์ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยด่าโจทก์ด้วยถ้อยคำหยาบคายอันเป็นการหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง ไม่เคยลบหลู่ดูหมิ่นโจทก์และไม่เคยปฏิเสธให้สิ่งของจำเป็นในการเลี้ยงชีพแก่โจทก์ ฟ้องโจทก์ไม่แสดงชัดแจ้งว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์เมื่อใด หรือจำเลยปฏิเสธไม่ให้สิ่งของจำเลยเป็นในการเลี้ยงชีพแก่โจทก์เมื่อใดจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้เพราะมิได้ฟ้องภายใน 6 เดือน นับแต่โจทก์ทราบถึงการที่จำเลยประพฤติเนรคุณเมื่อเดือนมีนาคม 2528 ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนคืนการให้ที่พิพาท ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 3146 และส่งมอบที่ดินคืนให้โจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยจดทะเบียนสิทธิที่พิพาทคืนให้โจทก์ ถ้าไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาตามฎีกาของโจทก์ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายประเด็นเดียวว่าถ้อยคำที่โจทก์อ้างว่าจำเลยด่าโจทก์ตามฟ้องเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1วินิจฉัยว่า ข้อความตามฟ้องที่จำเลยกล่าวนั้น เป็นถ้อยคำที่ไม่สุภาพหยาบคาย ไม่ควรกล่าวต่อโจทก์ผู้เป็นบิดา แต่ไม่ใช่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 531(2) นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า หมิ่นประมาทตามบทกฎหมายดังกล่าวหาจำเป็นต้องถึงกับเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาททางอาญาไม่เพียงแต่ได้ความว่าเจตนาดูหมิ่นก็ถือว่าประพฤติเนรคุณแล้ว การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยด่าว่าโจทก์ผู้เป็นบิดาด้วยถ้อยคำตามฟ้องนั้น เป็นการแสดงเจตนาดูหมิ่นโจทก์ซึ่งเป็นบิดา เรียกโจทก์ว่าไอ้แก่ ขึ้นมึงขึ้นกูกับโจทก์ว่าไม่นับถือโจทก์เป็นบิดาขับไล่โจทก์ออกไปให้พ้น มิฉะนั้นโจทก์ตายจำเลยไม่รับรู้ ย่อมทำให้โจทก์อับอายเสียชื่อเสียงและเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้ถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าวจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ส่วนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ได้วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ตกอยู่ในฐานะผู้ยากไร้โดยจำเลยมิได้อุทธรณ์นั้นเป็นการวินิจฉัยคดีนอกประเด็น

สำหรับประเด็นเรื่องอายุความศาลชั้นต้นมิได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ จำเลยอุทธรณ์ว่าเป็นการไม่ชอบศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้วินิจฉัย จำเลยไม่ฎีกาประเด็นข้อนี้จึงยุติ และประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมกับประเด็นเรื่องโจทก์ได้ยกที่พิพาทให้จำเลยหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1มิได้วินิจฉัย และจำเลยไม่ฎีกาประเด็นดังกล่าวจึงยุติเช่นกันคงมีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณา พิพากษาคดีใหม่เฉพาะประเด็นดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142ประกอบมาตรา 243(1) และมาตรา 247"

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1665/2567

แม้โจทก์มีโจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเพียงปากเดียวที่เบิกความว่า จำเลยด่าทอโจทก์และไล่โจทก์ออกจากบ้าน ไม่มีพยานโจทก์ปากอื่นเบิกความสนับสนุนก็ตาม ซึ่งจำเลยก็นำสืบปฏิเสธว่าไม่ได้ด่าทอโจทก์ตามที่โจทก์กล่าวอ้า…

Supreme Court Judgment No. 1975/2562

กรณีตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2) เป็นการเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณด้วยการหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรงนั้น มีความจำเป็นที่โจทก์จะต้องระบุมาในคำฟ้องให้ชัดเจนว่าจำเลยที่ 1 ผู้รับกล่าวถ้อย…

Supreme Court Judgment No. 8752/2558

การที่จำเลยใช้คำ "อีเฒ่าหัวหงอก" และ "มึง" เป็นสรรพนามในการเรียกโจทก์ผู้เป็นมารดา ซึ่งไม่ปรากฏว่าโดยปกติบุคคลทั่วไปรวมถึงจำเลยใช้สรรพนามดังกล่าวแทนมารดา คำดังกล่าวไม่ได้มีความหมายว่ามารดา แต่มีความหมา…

Supreme Court Judgment No. 10552/2557

การที่จำเลยกล่าวต่อโจทก์ซึ่งเป็นบิดาโดยใช้คำว่ามึงกู เป็นคำหยาบไม่ให้ความเคารพโจทก์ ส่วนข้อความที่ว่า "ถ้ากูไม่ช่วยมึง มึงติดคุกไปนานแล้ว" เป็นการกล่าวเพื่อลำเลิกบุญคุณ ที่จำเลยเคยช่วยเหลือโจทก์ในอดีต…

Supreme Court Judgment No. 1078/2553

ถ้อยคำที่จำเลยด่าโจทก์ว่า "อีแก่ไม่ยุติธรรม มึงทำให้ครอบครัวกูแตกแยก กูจะไม่อยู่กับมึงแล้ว" เป็นการแสดงเจตนาดูหมิ่นโจทก์ซึ่งเป็นอา จำเลยเรียกโจทก์ว่า อีแก่ ขึ้นมึงขึ้นกูกับโจทก์ ย่อมทำให้โจทก์อับอายเส…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up