Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3489/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่โจทก์นำเช็คเงินสดจำนวน 2,000,000บาท ซึ่งต่อมาภายหลังได้มีการเรียกเก็บเงินแล้วไปที่บริษัทจำเลย พนักงานของจำเลยได้รับฝากเงินจำนวนดังกล่าวแล้วดำเนินการออกเช็คพิพาท ซึ่ง พ.กับง.กรรมการของบริษัทจำเลยร่วมกันลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายพร้อมกับแจ้งให้โจทก์ทราบว่าจำเลยรับฝากเงินจำนวนดังกล่าวของโจทก์มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และโจทก์ได้รับของขวัญและของที่ระลึกต่าง ๆมีชื่อบริษัทจำเลยพร้อมตราประทับจากบริษัทจำเลย ทั้งจำเลยเป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพัฒนาและเพื่อการเคหะ จำเลยสามารถกู้ยืมเงินและรับเงินจากประชาชนโดยตกลงจ่ายดอกเบี้ยไม่เกินอัตราตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยอันเป็นวิธีการจัดหามาซึ่งเงินทุนของจำเลย พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมทำให้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตหลงเข้าใจได้ว่าการรับฝากเงินเป็นกิจการของจำเลยและอยู่ในวัตถุประสงค์ข้อบังคับของจำเลย ถือได้ว่าจำเลยรับฝากเงินและรู้เห็นเอง โดยจำเลยเชิดพ.และง. เป็นตัวแทน จำเลยต้องผูกพันรับผลการกระทำของพ.และง. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ฝากเงินจำนวน 2,000,000 บาท ไว้กับจำเลยมีกำหนดเวลา 1 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นายพัลลภและนางสาวงามจิตได้ร่วมกันสั่งจ่ายเช็ค จำนวนเงิน 2,000,000 บาทในนามของจำเลย เพื่อเป็นการชำระเงินฝากคืนแก่โจทก์ โดยจำเลยยินยอมให้บุคคลทั้งสองกระทำการแทนเสมือนตัวแทนหรือตัวแทนเชิดของจำเลยโจทก์ได้นำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้จำเลยชำระเงิน 2,600,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 2,000,000 บาทนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย 1,000,000 บาท แก่จำเลยศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาจำเลยได้ขอถอนอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์อนุญาตแล้ว

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 2,000,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ประเด็นในชั้นนี้คงมีว่า จำเลยจะต้องรับผิดคืนเงินฝากของโจทก์โดยที่นายพัลลภและนางสาวงามจิต กรรมการของบริษัทจำเลยได้ออกเช็คพิพาทให้แก่โจทก์หรือไม่เพียงใด โจทก์มีตัวโจทก์เบิกความยืนยันว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2526 โจทก์นำเช็คเงินสดจำนวน 2,000,000 บาท ซึ่งต่อมาภายหลังได้มีการเรียกเก็บเงินแล้วไปที่บริษัทจำเลย พนักงานของจำเลยได้รับฝากเงินจำนวนดังกล่าวแล้วดำเนินการออกเช็คพิพาทซึ่งนายพัลลภและนางสาวงามจิตกรรมการของบริษัทจำเลยร่วมกันลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายพร้อมกับแจ้งให้โจทก์ทราบว่าจำเลยรับฝากเงินจำนวนดังกล่าวของโจทก์มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี

เช็คพิพาทบรรจุอยู่ในซองพลาสติกและซองกระดาษของบริษัทจำเลย ปรากฏตามวัตถุพยานหมาย จ.3 ต่อมาโจทก์ก็ได้รับของขวัญและของที่ระลึกต่าง ๆ มีชื่อบริษัทจำเลยพร้อมตราประทับจากบริษัทจำเลยปรากฏหลักฐานตามเอกสารและวัตถุพยานหมาย จ.4ถึง จ.9 นอกจากนี้ก็ยังได้ความจากพยานอื่นของโจทก์ เช่นนางศิริรัตน์ จิตรวรรณภา และนายอนันต์ ลีวิโรจน์ ซึ่งเป็นลูกค้าของจำเลยเบิกความสนับสนุนคำเบิกความของโจทก์ โดยต่างก็ยืนยันว่าแต่ละบุคคลต่างมุ่งฝากเงินไว้กับบริษัทจำเลยเท่านั้น ที่จำเลยให้การและนำพยานมาสืบว่า นายพัลลภและนางสาวงามจิตดำเนินการกับโจทก์เป็นธุรกิจส่วนตัวมิได้เป็นตัวแทนหรือตัวแทนเชิดของจำเลยอีกทั้งการรับฝากเงินของโจทก์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่นอกวัตถุประสงค์ของบริษัทจำเลยและต้องห้ามตามกฎหมายนั้น

เห็นว่าจำเลยเป็นนิติบุคคลปรากฏตามหนังสือรับรองและประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยเอกสารหมาย ล.1 และ ล.3 ว่า จำเลยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพัฒนาและเพื่อการเคหะ จำเลยสามารถกู้ยืมเงินและรับเงินจากประชาชนโดยตกลงจ่ายดอกเบี้ยไม่เกินอัตราตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยอันเป็นวิธีการจัดหามาซึ่งเงินทุนของจำเลย ในขณะนั้นนายพัลลภและนางสาวงามจิตเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำกิจการของบริษัทจำเลย เมื่อโจทก์นำเงินไปฝาก ณ สำนักงานของจำเลยพนักงานของจำเลยเป็นผู้รับเงินนายพัลลภและนางสาวงามจิตกรรมการจำเลยออกเช็คพิพาทลงวันที่ล่วงหน้าให้แก่โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้เงินที่พนักงานของจำเลยรับไป พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมทำให้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตหลงเข้าใจได้ว่าการรับฝากเงินเป็นกิจการของจำเลยและอยู่ในวัตถุประสงค์ข้อบังคับของจำเลย

ถือได้ว่าจำเลยรับฝากเงินและรู้เห็นเอง โดยจำเลยเชิดนายพัลลภและนางสาวงามจิตเป็นตัวแทนจำเลยต้องผูกพันรับผลการกระทำของนายพัลลภและนางสาวงามจิต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 821 ซึ่งเป็นผลให้จำเลยต้องรับผิดชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไว้ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เริงธรรม ลัดพลี · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5002/2540

จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจการค้า การประกอบธุรกิจดังกล่าวจึงต้องมีการซื้อขายและต้องมีเงินทุนในการดำเนินกิจการ การกู้ยืมเงินมาเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของจำเลยที่ 1 จึงเป็น…

Supreme Court Judgment No. 3394/2536

ตามพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยให้จำเลยที่ 2และที่ 3 รับฝากเงินในสำนักงานของจำเลยที่ 1 โดยเปิดเผยไม่มีการห้ามปรามหรือดำเนินคดีกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ถือได้ว่าจำเลยที่ 1เชิดจำเลยที่ 2 และที่ 3…

Supreme Court Judgment No. 4656/2566

ตามบทบัญญัติมาตรา 62 ป.พ.พ. การที่ศาลมีคำสั่งแสดงว่าโจทก์เป็นคนสาบสูญถือว่าโจทก์ถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่โจทก์ได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้แน่ว่าโจทก์ยังมีชี…

Supreme Court Judgment No. 159/2566

จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ไม่มีวัตถุประสงค์การค้ำประกันการชำระหนี้ของผู้อื่น ตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 66 ผู้แทนนิติบุคคลต้องกระทำกิจการหรือนิติกรรมภายในขอบวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล…

Supreme Court Judgment No. 3612/2563

โจทก์เคยมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการซื้อที่ดินพิพาท โดยโจทก์ไม่เคยไปดูที่ดินพิพาท และหลังจากซื้อที่ดินพิพาทแล้วโจทก์ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาท กับให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินพิพาท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up