คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อำนาจด้วยกำลังกายข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงเยาว์อายุ ๔ ปี แต่ของลับของจำเลยไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปในของลับของเด็กหญิงนั้นได้และจำเลยสำเร็จความใคร่เสียก่อน ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๒๔๕,๖๐ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยผิดเพียงฐานกระทำอนาจาร จึงให้ลงโทษตามมาตรา ๒๔๕
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายในฟ้องว่าจำเลยสำเร็จความใคร่เสียก่อนของลับของจำเลยจะได้ล่วงล้ำเข้าไปในของลับของเด็กหญิงเยาว์ แม้โจทก์จะมิได้อ้างมาตรา มาตรา ๒๔๕ ศาลก็ลงโทษได้
Result
จึงพิพากษายืน.