คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๕๐๐๐ บาท สัญญาให้ดอกเบี้ยเดือนละ ๖๐ บาท ใช้ต้นเงินแล้ว ๒๐๐๐ บาท จึงเรียกเงินที่ค้างชำระกับดอกเบี้ย หนังสืออันเป็นหลักฐานตามฟ้องมีความว่า เอี่ยวหงาเยี่ยน (จำเลย)ได้รับเงินไปจากหงอจูหน(โจทก์)เป็นเงิน ๕๐๐๐ บาท ยอมให้ ดอกเบี้ยเดือนละ ๖๐ บาท ฝ่ายจำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้กู้-เงินแถลงว่าโจทก์จำเลยเข้าหุ้นกันค้าโคกะอิน โจทก์ออกเงิน ๓๐๐๐ บาท จำเลยออก ๒๐๐๐ บาท ซึ่งโจทก์ออกทดรองให้จำเลย แล้วมอบเงินให้ จ.ไป จำเลยลงชื่อแลประทับตราเป็นการรับรู้ ไม่ใช่ฐานะผู้กู้ จะรับเงินแล้วก็ศูนย์หายไป เงินที่โจทก์ทดรองจำเลยใช้ให้แล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารรายพิพาทต้องแปลว่าจำ-เลยกู้เงินไปจากโจทก์ เพราะมีข้อความไปในทำนองนั้น ทั้งมีดอกเบี้ยถึงเดือนละ ๖๐ บาท แลเอกสารไม่มีข้อความว่าเป็นหุ้นส่วน จำเลยจะขอสืบว่า จ.เป็นผู้รับเงินไม่ได้ เพราะเป็นการสืบแก้-ไข เอกสารโดยตรง ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ ไม่ได้ยกขึ้นกล่าวในชั้นต้น ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยไม่ได้
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง