Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3408/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องเรียกดอกเบี้ยเงินกู้ที่จำเลยค้างชำระในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดและฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจำนวนนั้น และเมื่อไม่ปรากฏว่า จำเลยได้ผิดนัดชำระหนี้ต้นเงินกู้อันจะเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไปเป็นจำนวน 500,000 บาทมิได้กำหนดเวลาชำระคืนคิดดอกเบี้ยตามกฎหมายร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ต้นเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยที่ค้างชำระในเดือนมีนาคม 2533 จำนวน 7,500 บาท และได้รับชำระหนี้ต้นเงินกู้จำนวน 500,000 บาท จากจำเลยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2533 จำเลยยังคงค้างชำระดอกเบี้ยจำนวน 7,500 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 7,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า ดอกเบี้ยที่โจทก์ฟ้องเป็นดอกเบี้ยที่ฝ่าฝืนกฎหมายเกินร้อยละสิบห้าต่อปี เป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้องชั้นชี้สองสถาน โจทก์แถลงว่า ดอกเบี้ยที่ฟ้องว่าจำเลยค้างชำระเป็นเงิน 7,500 บาท เป็นค่าดอกเบี้ยเพียง 1 เดือน คือเดือนมีนาคม 2533

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยานโจทก์จำเลย ให้งดชี้สองสถาน งดสืบพยานโจทก์จำเลยและพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 3,125 บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยได้เพียงใดหรือไม่ เห็นว่าจากคำฟ้องและคำแถลงของโจทก์ในชั้นชี้สองสถานกับคำให้การของจำเลย ได้ความว่าโจทก์ฟ้องเรียกดอกเบี้ยจำนวน 7,500 บาท โดยคิดจากต้นเงินกู้จำนวน 500,000 บาท ในเวลา 1 เดือน ซึ่งเมื่อคิดคำนวณแล้วเป็นการฟ้องเรียกดอกเบี้ยจากต้นเงินกู้ในอัตราร้อยละสิบแปดต่อปี

เกินอัตราที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 กำหนดไว้ เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475ข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 (113 เดิม) โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละสิบแปดต่อปีคิดเป็นเงินค่าดอกเบี้ยจำนวน7,500 บาท ดังกล่าวและเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ผิดนัดชำระหนี้ต้นเงินกู้จำนวน 500,000 บาท ให้แก่โจทก์ อันจะเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินกู้จำนวน 500,000 บาท ดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 จึงเห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยไม่ว่าเป็นจำนวนเงินเพียงใดพิพากษากลับให้ยกฟ้อง

Matter details

Panel of judges
พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ · สมคิด ไตรโสรัส
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up