Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3360/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้เช่าซื้อมีสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อในอันที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพย์สิน ที่ตนเช่าซื้อมา ย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ที่มายึดทรัพย์สินนั้นจากตนโดยละเมิดได้ แม้ภายหลังผู้ให้เช่าซื้อจะยึดทรัพย์สินคืนไป ก็ไม่ทำให้ผลการละเมิดที่กระทำไว้ก่อนระงับตามไปด้วย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 424 บัญญัติว่า ในการพิพากษาคดีข้อความรับผิดเพื่อละเมิด และกำหนดค่าสินไหมทดแทนนั้น ศาลไม่จำต้องดำเนินตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายลักษณะอาญาอันว่าด้วยการที่จะต้องรับโทษ และไม่จำต้องพิเคราะห์ถึงการที่ผู้กระทำละเมิดต้องคำพิพากษาลงโทษทางอาญาหรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลเคยพิพากษาในคดีอาญาว่าจำเลยไม่มีเจตนาลักทรัพย์และยกฟ้องโจทก์ก็ไม่จำต้องฟังว่าจำเลยไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ เพราะจำเลยอาจกระทำผิดกฎหมายอย่างอื่นเช่นกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่บัญญัติถึงอำนาจหน้าที่ในการยึดทรัพย์ของลูกหนี้ไว้แล้วก็ได้ จึงต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ สามีโจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เสียหายได้ยอมความกันใน คดีอาญาโดยสามีโจทก์ตกลงผ่อนชำระหนี้ ศาลสั่งจำหน่ายคดี เมื่อโจทก์ผิดนัด จำเลยที่ 1 ชอบที่จะฟ้องคดีต่อศาลบังคับให้สามีโจทก์ชำระหนี้ จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิยึดหน่วงรถยนต์ซึ่งอยู่ในความครอบครองของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 241และการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นอำนาจของศาลและของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยเฉพาะ ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 และทหารพรานยึดรถยนต์ที่อยู่ในความครอบครองของ โจทก์ไป อ้างว่าเป็นรถยนต์ผิดกฎหมายนำส่งพนักงานสอบสวนโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายจึงเป็นการกระทำโดยละเมิดต่อโจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองรถยนต์กระบะบรรทุก ๑ คันโดยเช่าซื้อมาจากบริษัทสยามกลการ จำกัด จำเลยทั้งสองร่วมกันนำรถยนต์ดังกล่าวไปจากโจทก์โดยไม่มีอำนาจแล้วบังอาจทำให้เสียหายเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ใช้รถยนต์บรรทุกสินค้าไปขายมีกำไรสุทธิวันละ ๓๕๐ บาท ต้องขาดประโยชน์เป็นเวลา๑ ปี เป็นเงิน ๑๒๖,๐๐๐ บาท ให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน ๒๒๖,๐๐๐ บาทแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์กับนายสุจินต์ สามี เป็นลูกหนี้จำเลยที่ ๑ แล้วตกลงมอบรถยนต์ดังกล่าวให้ไว้เป็นประกันการชำระหนี้ จำเลยที่ ๑ ใช้สิทธิยึดหน่วงไว้ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ไปทวงหนี้ โจทก์ขอผัดผ่อนและจะนำรถยนต์หลบหนี จำเลยที่ ๑ จึงถอดยางและหม้อแบตเตอรี่ออก วันต่อมาทหารพรานแจ้งข้อหานายสุจินต์ มีรถยนต์ผิดกฎหมายไว้ในครอบครองและนำรถยนต์ไปมอบให้พนักงานสอบสวน โจทก์ติดค้างค่าเช่าซื้อ บริษัทจึงยึดรถยนต์กลับไป จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ร่วมกระทำกับจำเลยที่ ๑ ขณะเกิดเหตุโจทก์กับสามีไม่มีทุนทำการค้า ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์วันละ ๑๕๐ บาท นับแต่วันทำละเมิดคือวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ ถึงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ๑๕๐ บาท เป็นเวลา ๖ เดือนนับแต่วันทำละเมิด โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๒๐ นั้น เป็นการจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ก็ถือได้ว่ากระทำละเมิดแล้ว โจทก์หาจำต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ถูกละเมิดเสมอไปไม่ เมื่อโจทก์มีสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อในอันที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่ตนเช่าซื้อมา ก็ย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ที่มาละเมิดสิทธิของตนได้ แม้ภายหลังผู้ให้เช่าซื้อจะยึดทรัพย์สินคืนไป ก็ไม่ทำให้ผลการละเมิดที่กระทำไว้ก่อนระงับตามไปด้วย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้

ที่จำเลยฎีกาว่าหลังจากจำเลยทั้งสองยึดรถยนต์ไว้ จำเลยถูกพนักงานอัยการฟ้องในข้อหาลักทรัพย์รถยนต์แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง ต้องถือว่าจำเลยกระทำโดยสุจริต ไม่เป็นการกระทำผิดกฎหมาย จึงไม่เป็นการละเมิดนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๔ บัญญัติถึงปัญหานี้ไว้โดยเฉพาะว่าในการพิพากษาคดีข้อความรับผิดเพื่อละเมิด และกำหนดค่าสินไหมทดแทนนั้น ศาลไม่จำต้องดำเนินตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายลักษณะอาญาอันว่าด้วยการที่จะต้องรับโทษ และไม่จำต้องพิเคราะห์ถึงการที่ผู้กระทำต้องคำพิพากษาลงโทษทางอาญาหรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลเคยพิพากษาในคดีอาญาว่าจำเลยไม่มีเจตนาลักทรัพย์และยกฟ้องโจทก์ ก็ไม่จำต้องฟังว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์

เพราะจำเลยอาจจะกระทำผิดกฎหมายอย่างอื่นเช่น กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่บัญญัติถึงอำนาจหน้าที่ในการยึดทรัพย์ของลูกหนี้ไว้แล้วก็ได้ จึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เดิมสามีโจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยที่ ๑ เนื่องจากซื้อสินค้าเชื่อแล้วชำระหนี้ด้วยเช็ค แต่ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน สามีโจทก์ถูกพนักงานอัยการฟ้องตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ผลที่สุดจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้เสียหายกับสามีโจทก์ยอมความกัน สามีโจทก์ตกลงผ่อนชำระหนี้ให้ โดยมีนายหีด บ่อทองคำ นำโฉนดที่ดินมาประกันหนี้ไว้ ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดี ปรากฏตามคดีหมายเลขแดงที่ ๓๗๕/๒๕๒๔ ของศาลจังหวัดพัทลุง เมื่อโจทก์ผิดนัด

จำเลยที่ ๑ ชอบที่จะฟ้องคดีต่อศาล บังคับให้สามีโจทก์และนายประกันชำระหนี้ จำเลยที่ ๑ ไม่มีสิทธิยึดหน่วงรถยนต์ดังกล่าวซึ่งอยู่ในความครอบครองของโจทก์ ดังที่อ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๔๑ และการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นอำนาจของศาล และของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยเฉพาะ จำเลยที่ ๑ กับพวกรวมทั้งทหารพรานหามีอำนาจที่จะกระทำการดังกล่าวได้ไม่ ทั้งทหารพรานไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะยึดรถยนต์ไม่มีทะเบียน อ้างว่าเป็นรถยนต์ผิดกฎหมายนำส่งพนักงานสอบสวน ดังที่จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้และนำสืบหากกระทำไปย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ เห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองจงใจกระทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมาย เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์โดยตรง

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พจน์ บุญเลี้ยง · เสนอ ศรนิยม · ชวลิต นราลัย
Lower court
ศาลจังหวัดพัทลุง - นายวิชัย เอื้ออังคณากุล
ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ เล็งไธสง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2583/2532

โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์คันที่ถูกรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ชนเสียหายและเป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวในขณะที่ถูกชน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดได้.จำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยค้ำจุน ให…

Supreme Court Judgment No. 468/2519

จำเลยเป็นบิดามารดาของผู้เยาว์ เป็นผู้มีฐานะดีมีรถใช้ในกิจการ 4 คัน ได้ยินยอมให้ผู้เยาว์ซึ่งมีอายุ 19 ปี 6 เดือน ขับรถไปใช้ได้ และได้ความว่าผู้เยาว์เป็นคนสายตาสั้น ดังนี้จำเลยย่อมรู้ดีว่าการขับรถของผู้…

Supreme Court Judgment No. 1008/2506

ผู้เช่าซื้อรถยนต์ที่ชำระเงินค่าเช่าซื้อยังไม่ครบนั้น เมื่อมีใครมาทำละเมิดแก่รถยนต์ที่เช่าซื้อจนเกิดเสียหายและขาดประโยชน์การใช้ ย่อมถือว่าผู้เช่าซื้อเป็นผู้เสียหาย และมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผ…

Supreme Court Judgment No. 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

Supreme Court Judgment No. 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up