Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2522 (ref. 33308)

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

กล้องถ่ายภาพยนตร์และกล้องถ่ายภาพนิ่งเป็นเพียงเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับผู้ถ่ายภาพยนตร์ หรือผู้ถ่ายภาพใช้ในการบันทึกภาพเป็นภาพยนตร์ หรือถ่ายภาพนิ่งเท่านั้นเองหาเป็นของมีคุณค่าเป็นพิเศษนอกเหนือไปจากการเป็นของใช้ตามธรรมดาไม่ ถึงแม้ว่าราคาของทรัพย์จะค่อนข้างสูงก็ตาม ก็ไม่ใช่เป็นของมีค่าตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 675 วรรคสองคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยตลอดทั้งสำนวนแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เสียหายเป็นเงิน 27,650 บาท จำเลยฎีกาว่าค่าเสียหายดังกล่าวนั้นเกินกว่าค่าเสียหายที่แท้จริง โดยจะให้ศาลรับฟังคำเบิกความบางตอนของพยานบางปากเพื่อให้สมข้ออ้างของจำเลยนั้น เป็นการฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกล้องถ่ายภาพยนตร์จำนวนหนึ่งเครื่องราคา 27,650 บาท และกล้องถ่ายภาพนิ่ง1 กล้องราคา 6,000 บาท จำเลยทั้งสองคดีเป็นบุคคลเดียวกัน เป็นเจ้าของโรงแรมฟ้าสาง โจทก์ในคดีหลังไปถ่ายภาพยนตร์และภาพนิ่งในการประชุมสัมนาพนักงานช่างไฟฟ้าของโจทก์ที่จังหวัดนครราชสีมาได้เข้าพักโรงแรมของจำเลยห้องหมายเลข 307 และได้นำเอากล้องถ่ายภาพยนตร์และกล้องถ่ายภาพนิ่งเข้าไปเก็บไว้ในห้องพักด้วย ต่อมาโจทก์ในคดีหลังได้ออกไปธุระนอกโรงแรม ได้มีคนร้ายเข้าไปในห้องหมายเลข 307 แล้วลักเอากล้องถ่ายภาพยนตร์และกล้องถ่ายภาพนิ่งไป โจทก์ได้แจ้งให้พนักงานโรงแรมของจำเลยทราบทันที และได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว

โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเสียหายดังกล่าวแต่จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองคดีให้การว่าโจทก์ไม่ได้ฝากของมีค่าไว้กับโรงแรมของจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ถึงแม้จะต้องรับผิดก็ไม่เกิน 500 บาท ฯลฯฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองคดีใช้ค่าสินไหมทดแทนให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโจทก์ในคดีแรก 27,650 บาท และให้แก่นายผัน พินทะอมิตร 6,000 บาทฯจำเลยทั้งสองคดีอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองคดีฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายผัน พินทะอมิตร เป็นพนักงานของโจทก์คดีแรก และเป็นโจทก์ในคดีหลัง ได้นำกล้องถ่ายภาพยนต์ของโจทก์ในคดีแรกและกล้องถ่ายภาพนิ่งของตนเองไปเก็บรักษาไว้ในห้องพักโรงแรมจำเลยซึ่งนายผันเช่าพักอาศัย

กล้องดังกล่าวหายไปจากห้องนั้นโดยไม่ใช่ความผิดของนายผันในขณะที่นายผันออกไปธุระข้างนอกฯ และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า กล้องถ่ายภาพยนตร์และกล้องถ่ายภาพนิ่งตามฟ้องเป็นเพียงเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับผู้ถ่ายภาพยนตร์หรือผู้ถ่ายภาพใช้ในการบันทึกภาพเป็นภาพยนตร์หรือภาพนิ่งเท่านั้นเอง หาเป็นของที่มีคุณค่าเป็นพิเศษนอกเหนือไปจากการเป็นของใช้ตามธรรมดาไม่ ถึงแม้ว่าราคาทรัพย์นี้จะค่อนข้างสูงก็ตาม ก็มิใช่เป็นของมีค่าตามความในกฎหมายตามที่จำเลยอ้างและคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยตลอดทั้งสำนวนแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์สำนวนแรกเสียหายเป็นเงิน 27,650 บาท

จำเลยฎีกาว่าค่าเสียหายดังกล่าวนั้นเกินกว่าค่าเสียหายที่แท้จริง โดยจะให้ศาลรับฟังคำเบิกความบางตอนของพยานบางปากเพื่อให้สมข้ออ้างของจำเลยนั้น เป็นการฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 6 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุไพศาล วิบุลศิลป์ · สงวน สิทธิไชย · ชุบ วีระเวคิน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up