Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3318/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตำบลและคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดเป็นจำเลยที่ 2ที่ 3 ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติรับรองให้คณะกรรมการดังกล่าวมีสภาพเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาจำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงไม่อยู่ในฐานะที่ถูกฟ้องร้องได้ และฟ้องโจทก์แปลความไม่ได้ว่า โจทก์ฟ้องตัวบุคคลที่ประกอบเป็นคณะกรรมการเพราะโจทก์มิได้ระบุชื่อเป็นรายบุคคล โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 2ที่ 3 ไม่ได้ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของที่นาพิพาทเป็นผู้บอกเลิกการเช่าแก่โจทก์เมื่อโจทก์เห็นว่าการบอกเลิกการเช่าไม่ชอบ จำเลยที่ 1จึงเป็นผู้โต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับการเช่าที่นาพิพาทกับโจทก์ โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ให้โจทก์เช่าที่นาพิพาทต่อไปได้ทั้งนี้โดยอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 มาตรา 57 ซึ่งบัญญัติให้โจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลได้ในกรณีที่โจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัด

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 55 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 Section 57

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นคณะกรรมการควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เดิมนายพักสามีโจทก์เช่านาจากกองมรดกของม.ร.ว.สุวพรรณ ต่อมานายพักถึงแก่กรรมโจทก์ขอเช่านาต่อ โดยผู้ให้เช่าตกลงแล้ว แต่จำเลยที่ 1 รับโอนที่ดินดังกล่าวมาจากกองมรดกของ ม.ร.ว.สุวพรรณ และบอกเลิกการเช่านาของนายพัก โจทก์จึงคัดค้านต่อจำเลยที่ 2 และที่ 3ซึ่งวินิจฉัยว่าโจทก์หมดสิทธิการเช่า ขอให้บังคับจำเลยที่ 1ปฏิบัติตามสัญญาเช่านาเดิม และเพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2ที่ 3 จำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้งว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ มาตรา 57 และขอให้บังคับโจทก์ออกจากที่พิพาท จำเลยที่ 2 และ 3 ให้การว่าฟ้องโจทก์ไม่ได้ระบุว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 หมายถึงใคร คดีโจทก์ขาดอายุความแล้วศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ จำเลยที่ 2ที่ 3 ไม่มีสภาพบุคคล โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ตกไป

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีขาดอายุความ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า "...วันที่ 2 สิงหาคม 2528โจทก์จึงได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2 ต่อจำเลยที่ 3... ต่อมาจำเลยที่ 3 ก็ได้มีหนังสือถึงโจทก์เรื่องแจ้งคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2528 โดยแจ้งว่า เมื่อวันที่28 สิงหาคม 2528 จำเลยที่ 3 ได้มีมติวินิจฉัยให้โจทก์หมดสิทธิการเช่าที่นาตามมาตรา 29 และมาตรา 31(1) แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524..." ข้อความดังกล่าวหาได้มีความหมายว่า โจทก์ได้ทราบคำสั่งของจำเลยที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2528 แล้วไม่ แต่ข้อความดังกล่าวสามารถแปลความหมายได้ว่า

จำเลยที่ 3 ได้มีหนังสือถึงโจทก์ หนังสือดังกล่าวเป็นเรื่องแจ้งคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 3 ลงวันที่ 5กันยายน 2528 และเมื่อตรวจดูหนังสือของกรรมการและเลขานุการคชก. จังหวัดปทุมธานี เรื่องแจ้งคำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดปทุมธานีถึงโจทก์ฉบับท้ายฟ้อง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องแล้ว เป็นหนังสือที่ลงวันที่ 5 กันยายน 2528 และไม่มีลายมือชื่อโจทก์รับทราบคำวินิจฉัยในหนังสือดังกล่าวไว้ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ทราบคำวินิจฉัยดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2528 แล้ว และหนังสือดังกล่าวนี้จะต้องส่งไปถึงโจทก์ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวงอีกทีหนึ่ง ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยแล้วตั้งแต่วันที่5 กันยายน 2528 โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2528 เกินกำหนด 30 วัน

คดีโจทก์จึงขาดอายุความนั้น ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา คดียังต้องฟังพยานหลักฐานต่อไปว่า โจทก์ทราบคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดปทุมธานี ในวันใดแน่ ส่วนปัญหาที่ว่าโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามได้หรือไม่นั้น ในข้อนี้ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยไว้ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าสมควรวินิจฉัยให้โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยซึ่งจะทำให้ล่าช้า

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นคณะกรรมการควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 มิได้กล่าวมาโดยชัดเจนว่าเป็นคณะกรรมการควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตำบลอะไร จังหวัดอะไรเป็นแต่กล่าวมาลอย ๆ ทั้งการฟ้องคดีนี้เป็นการฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ซึ่งตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเพียงบัญญัติว่าคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล (คชก.ตำบล) ก็ดี คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัด (คชก.จังหวัด) ก็ดี ประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง ไม่มีกฎหมายบัญญัติรับรองให้คณะกรรมการดังกล่าวมีสภาพเป็นนิติบุคคลหรือเป็นบุคคลธรรมดาแต่อย่างใดจำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงไม่เป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาอันจะอยู่ในฐานะที่ถูกฟ้องร้องได้ และฟ้องโจทก์แปลความไม่ได้ว่า

โจทก์ฟ้องตัวบุคคลที่ประกอบเป็นคณะกรรมการเพราะโจทก์มิได้ระบุชื่อเป็นรายบุคคล โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่ได้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชอบแล้ว ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 57 ซึ่งบัญญัติให้โจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลได้ในกรณีที่โจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดจำเลยที่ 1 เจ้าของที่พิพาทเป็นผู้บอกเลิกการเช่านาแก่โจทก์โจทก์เห็นว่าการบอกเลิกการเช่าไม่ชอบ จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้โต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับการเช่าที่นาพิพาทกับโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับให้จำเลยที่ 1 ให้โจทก์ได้เช่านาพิพาทต่อไปตามฟ้องได้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ไม่ได้ด้วยนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
วีระชัย สูตรสุวรรณ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5640/2540

พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 57วรรคแรก ที่บัญญัติให้คู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสียในการเช่านาที่ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคชก.จังหวัด มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำ…

Supreme Court Judgment No. 116/2540

คดีนี้โจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดที่วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิซื้อที่นาพิพาท โจทก์จึงต้องฟ้อง คชก.จังหวัดเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ คชก.จังหวัดได้มีโอกาสเ…

Supreme Court Judgment No. 5196/2539

ตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524มาตรา 57 คู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัด จะต้องฟ้องเพื่อให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัด เพราะตราบใดคำวิน…

Supreme Court Judgment No. 4369/2539

ตามคำฟ้องโจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างว่าโจทก์ทั้งสองกับจำเลยทั้งสองร่วมกันเช่านาของ บ. ต่อมาผู้ให้เช่าบอกเลิกการเช่านา ในการนี้ผู้ให้เช่าจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้เช่าทุกคนไร่ละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 69,000 บาท แ…

Supreme Court Judgment No. 7057/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ขาดนัดพิจารณาและให้สืบพยานโจทก์ทั้งสองไปฝ่ายเดียว ซึ่งทำให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ไม่มีสิทธินำพยานหลักฐานเข้ามาสืบ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 205 วรรคหนึ่ง ศาลจะวินิจฉัยให้คู่ค…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up