Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2513 (ref. 32338)

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

รถยนต์บรรทุกเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1มีหน้าที่ขับรถคันนี้ วันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ขับรถคันนี้ไปส่งของที่โกดังของ ท. เมื่อเอาของลงเสร็จแล้วได้จอดรถทิ้งไว้ที่โกดังนั้นตัวไปเสียที่อื่นโดยทิ้งกุญแจรถเสียบไว้ในที่สตาร์ทรถ ย. ซึ่งเป็นผู้จัดกิจการของจำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 3 ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่มีหน้าที่ขับรถไปดูรถมิได้สั่งให้ขับรถกลับมา จำเลยที่ 3 ขับรถมาโดยพลการ จนเกิดชนกับรถคันอื่นดังนี้ จะถือว่าเป็นการกระทำในทางการที่จ้างไม่ได้จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 3 และการกระทำของจำเลยที่ 2 นั้น แม้จะไม่เป็นการรอบคอบอยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงกับเป็นผลให้เกิดการละเมิดขึ้นโดยตรง จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 3 เหมือนกัน

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ทั้ง 2 สำนวนฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกเลขทะเบียน ช.บ.05421 จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างและตัวแทนของจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ควบคุมดูแลรักษาและขับรถบรรทุกดังกล่าว จำเลยที่ 3 ก็เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ได้ขับรถดังกล่าวบรรทุกสินค้าไปส่งให้บริษัทไทยวาเทรดดิ้ง จำกัด ตามทางการที่จ้าง เมื่อส่งสินค้าแล้ว ยังไม่นำรถกลับมา จำเลยที่ 1 จึงสั่งให้จำเลยที่ 3 ไปตามและให้นำรถกลับมา จำเลยที่ 3 ไปตามจำเลยที่ 2 ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ไม่อยู่ที่รถและทิ้งกุญแจสวิชรถไว้ที่รถนั้น จำเลยที่ 3 จึงขับรถนั้นเพื่อกลับสำนักงาน จำเลยที่ 1จำเลยที่ 3 ขับรถมาด้วยความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้รถที่ขับชนกับรถยนต์

ก.ท.ษ.0389 ซึ่งแล่นสวนทางมา ผู้โดยสารในรถ ก.ท.ษ.0389 ตาย 8 คน บาดเจ็บสาหัส 1 คน จำนวนคนที่ตายมีนายเพียวเทียม แซ่ลิ้ม สามีและบิดาของโจทก์ในสำนวนที่ 1 และนายย่งปิน แซ่ลิ้ม สามีและบิดาของโจทก์ในสำนวนที่ 2 รวมอยู่ด้วย เหตุที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 ด้วยที่จอดรถและทิ้งกุญแจไว้ที่รถ จำเลยที่ 3 จึงขับรถไปได้ ขอให้ร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายจำเลยที่ 1 ให้การรับว่า เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุก ช.บ.05421 จริงและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 2 จริงส่วนจำเลยที่ 3 มิได้เป็นลูกจ้างหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในกิจการของจำเลยที่ 1 อย่างใดจำเลยที่2ได้ขับรถบรรทุกไปตามทางการที่จ้างจริงจำเลยที่ 1 ไม่เคยสั่งการให้จำเลยที่ 3 ไปติดตามและให้นำรถกลับ

จำเลยที่ 3 กระทำไปโดยพลการจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ได้ขับรถไปส่งของให้บริษัทไทยวาเทรดดิ้ง จำกัด จำเลยที่ 1 ไม่เคยสั่งให้จำเลยที่ 2 ต้องควบคุมและขับรถกลับไปสำนักงาน และไม่เคยสั่งให้จำเลยที่ 3 ไปติดตามและนำรถกลับ จำเลยที่ 3 บังอาจขึ้นไปนั่งบนรถและลักขับรถจากที่จอดในขณะที่จำเลยที่ 2 ไม่อยู่ โดยจำเลยที่ 2 มิได้อนุญาตหรือมอบหมายให้ทำ จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่จำเลยที่ 3 ได้ก่อขึ้นจำเลยที่ 3 ให้การว่า ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และไม่เคยรับคำสั่งจากจำเลยที่ 1 ให้ไปติดตามรถ จำเลยที่ 3 มิได้ประมาทเลินเล่อ เหตุที่ชนกันเป็นเพราะผู้ขับรถ ก.บ.ษ.0389 เป็นฝ่ายประมาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ผู้เดียวใช้ค่าเสียหายโจทก์อุทธรณ์

ขอให้จำเลยที่ 1, 2 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 3ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ขอให้จำเลยที่ 1, 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 3 ด้วยศาลฎีกาฟังว่ารถบรรทุก ช.บ.05421 เป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ขับรถคันนี้ วันเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ขับรถคันนี้บรรทุกมันเส้นจากระยองมาส่งที่โกดังของบริษัทไทยวาเทรดดิ้ง จำกัดเมื่อเอามันลงเสร็จแล้วได้จอดรถไว้ที่โกดังนั้น โดยทิ้งกุญแจรถเสียบไว้ในที่สตาร์ทรถ ต่อมาจำเลยที่ 3 ได้มาขับรถนั้นไป แล้วเกิดชนกับรถฟอร์ดเทมส์ ก.ท.ษ.0389 ซึ่งขับสวนทางมา คนโดยสารในรถฟอร์ดเทมส์ตาย 8 คน มีนายเพียวเทียมและนายย่งปิดด้วย พนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยที่ 3 ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นตายและบาดเจ็บสาหัส

จำเลยที่ 3 รับสารภาพ ศาลพิพากษาลงโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว ถึงแม้จะฟังว่าจำเลยที่ 3 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 ก็ไม่มีหน้าที่ในการขับรถแต่อย่างใด นางนงลักษณ์ซึ่งเป็นผู้จัดกิจการของจำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 3 ไปดูรถ ก็มิได้สั่งให้จำเลยที่ 3 ขับรถกลับมา เพียงแต่ให้ไปดูว่ารถเสียหรือไม่เท่านั้นการที่จำเลยที่ 3 ขับรถมาโดยพลการจนเกิดชนกับรถคันอื่น จะถือว่าเป็นการกระทำในทางการที่จ้างหาได้ไม่ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 3สำหรับจำเลยที่ 2 ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ 2 ขับรถมาจอดที่โกดังของบริษัทไทยวาเทรดดิ้ง แล้วทิ้งรถไว้พร้อมด้วยกุญแจส่วนตัวไปเสียที่อื่น เป็นเหตุให้จำเลยที่ 3 ขับรถออกไปได้เช่นนี้ แม้การกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นการรอบคอบอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นผลให้เกิดการละเมิดขึ้นโดยตรง ถ้าหากจำเลยที่ 3 ไม่ขับรถคันนั้นออกไป จำเลยที่ 2จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 3พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ทองคำ จารุเหติ · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ประพนธ์ ศาตะมาน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up