คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 1,194,995 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ชำระเงินแก่โจทก์ 311,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง
ระหว่างพิจารณา
โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความ ต่อมาจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย โดยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกนางนงเยาว์ นายสมศักดิ์ นายสมพงษ์ และนายสมโภชน์ ทายาทของจำเลยที่ 2 เข้าเป็นคู่ความแทน
ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ค่าควบคุมงานกรณีจำเลยที่ 1 ผู้รับจ้างส่งมอบล่าช้ากว่าวันแล้วเสร็จตามสัญญาในเมื่อโจทก์ต้องจ้างผู้ควบคุมงานนั้นอีกต่อหนึ่งนับแต่วันที่ล่วงเลยกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้รับจ้างส่งมอบงาน และค่าควบคุมงานกรณีโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ในเมื่อโจทก์ต้องจ้างผู้ควบคุมงานนั้นอีกต่อหนึ่งจนงานแล้วเสร็จบริบูรณ์นั้น เป็นค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ จากการที่จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงเป็นค่าเสียหายโดยตรงหาเป็นเบี้ยปรับไม่ สำหรับค่าปรับรายวันตามสัญญาข้อ 19 (1) เป็นค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้ามีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ศาลมีอำนาจลดลงเป็นเงินจำนวนพอสมควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคหนึ่ง
ฉะนั้นเมื่อได้ความว่าโจทก์ได้รับเงินตามสัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 3 แล้ว โดยระบุในสัญญาจ้างข้อ 3 ว่าให้เงินนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการปฏิบัติงานรับจ้างของจำเลยที่ 1 ตามสัญญา เงินตามสัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว จึงไม่ใช่เงินมัดจำที่โจทก์จะริบได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหายฐานผิดสัญญา จึงนำไปหักจากค่าเสียหายที่เป็นค่าปรับที่ศาลได้กำหนดให้โจทก์ได้
Result
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.