คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุเกษียณอายุแต่ไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยให้การสรุปได้ว่าไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ค่าชดเชยเป็นข้อบัญญัติส่วนหนึ่งของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ใช้บังคับแก่องค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงกำไรในทางเศรษฐกิจด้วย ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1568/2523 นายฉ้ำนามกระโทก
โจทก์ การท่าเรือแห่งประเทศไทยจำเลย หาใช่ว่ามุ่งหมายจะคุ้มครองเฉพาะแต่ลูกจ้างของเอกชนเท่านั้นไม่จำเลยให้การแต่เพียงว่า "ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและดอกเบี้ยแก่โจทก์" มิได้ให้การโดยชัดแจ้งว่า สิทธิเรียกร้องเอาดอกเบี้ยของค่าชดเชยที่ค้างส่งนั้นมีกำหนดอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 ดอกเบี้ยที่ค้างส่งนั้นขาดอายุความแล้ว ปัญหานี้จึงมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้พิพากษายืน